สส.อรรถวิชช์ ขอรัฐบาลแจง 3 ปัญหานำเข้าเศษเหล็ก-กากพิษ

คริส พุทธชาติ

29 ต.ค. 2569 13:26 น.4 ครั้ง
แชร์LINE
สส.อรรถวิชช์ ขอรัฐบาลแจง 3 ปัญหานำเข้าเศษเหล็ก-กากพิษ

29 ต.ค. 69 - สส.อรรถวิชช์ ขอรัฐบาลแจง 3 ปัญหานำเข้าเศษเหล็ก-กากพิษ เผยกฎหมายตึงเกินเหตุ ทำขยะพิษโผล่ ปราจีนบุรี-ฉะเชิงเทรา ด้านรมว.ทส. ยืนยันไม่มีนโยบายแบนนำเข้าเศษเหล็ก พร้อมรื้อกฎหมายปลดล็อกเกณฑ์เจือปน คุมเข้มสแกนขยะพิษตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ ตั้งกระทู้ถามสดด้วยวาจา เรื่อง การจัดการเศษเหล็กและการนำเข้ากากอุตสาหกรรม ตั้งถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม โดยระบุว่า ประเทศไทยมีความต้องการใช้เศษเหล็กในการผลิตสูงถึง 6 ล้านตันต่อปี แต่ผลิตได้เองเพียง 4 ล้านตัน ทำให้ต้องพึ่งพาการนำเข้าเป็นหลัก ต่างจากประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนที่มีอุตสาหกรรมถลุงเหล็กของตนเอง แต่ล่าสุดกรมศุลกากรมีท่าทีจะทบทวนและสั่งยกเลิกการนำเข้าเศษเหล็ก ซึ่งสร้างความตกใจและสุ่มเสี่ยงทำให้อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยพังทลาย หากไม่มีเศษเหล็กมาป้อนโรงงาน
นายอรรถวิชช์ ชี้ให้เห็นถึงต้นตอของปัญหาขยะพิษและขยะพลาสติกล้นเมือง เช่น ในพื้นที่ จ.ปราจีนบุรี ว่าเกิดจากข้อบังคับปี 2568 ตามอนุสัญญาบาเซิล ที่ห้ามนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์และเศษพลาสติก แต่เจ้าหน้าที่กลับนำมาตีความเข้มงวดเหมือนเฮโรอีน คือห้ามมีการปนเปื้อนเลยแม้แต่น้อย ซึ่งการนำเข้าตู้เศษเหล็กรถยนต์บดอัด (Car Bell) แม้จะใช้มือกลถอดคอนโซลหรือกันชนออกแล้ว ก็ยังคงมีเศษพลาสติกหรือสายไฟปนเปื้อนติดมาบ้างเล็กน้อยตามมาตรฐานสากล แต่เมื่อไทยตีความว่าการปนเปื้อนเพียงเล็กน้อยเท่ากับผิดกฎหมาย ตู้สินค้าที่ไม่ถูกเปิดตรวจจะถูกส่งต่อไปยังเทรดเดอร์หรือพ่อค้าคนกลาง ซึ่งพ่อค้าเหล่านี้ไม่สามารถแจ้งรายงานกากอุตสาหกรรม (ร.9) เพื่อนำเศษพลาสติกปนเปื้อนไปทำลายได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย เนื่องจากแจ้งนำเข้าเป็นเหล็กบริสุทธิ์ 100%
ด้าน นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ยืนยันว่า กระทรวงอุตสาหกรรม ไม่มีนโยบายที่จะยกเลิกการนำเข้าเศษเหล็กอย่างแน่นอน เนื่องจากประเทศไทยมีข้อจำกัดเรื่องวัตถุดิบเหล็กต้นน้ำ การนำเข้าเศษเหล็กจึงยังจำเป็นต่ออุตสาหกรรมภายในประเทศ และสอดคล้องกับนโยบายเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) รวมถึงการลดก๊าซเรือนกระจก แต่ในทางตรงกันข้าม กระทรวงอุตสาหกรรมเตรียมหารือกับกระทรวงพาณิชย์เพื่อคุมเข้มการส่งออกเศษเหล็กจากประเทศไทยให้มากขึ้น หรืออาจพิจารณาตั้งกำแพงภาษีส่งออก เพื่อรักษาวัตถุดิบภายในประเทศไว้ใช้ในอุตสาหกรรมต่อเนื่อง
สำหรับประเด็นการตีความกฎหมายห้ามนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์และพลาสติกแบบ 0% จนส่งผลกระทบต่อการนำเข้าซากรถยนต์บดอัด (Car Bell) มาหลอมใหม่นั้น นายวราวุธ ชี้แจงว่า การนำเข้าซากรถยนต์เข้ามาทั้งคัน การจะห้ามไม่ให้มีสายไฟหรือแผงวงจรติดมาเลยแม้แต่นิดเดียวนั้นในความเป็นจริงแทบจะเป็นไปไม่ได้ ซึ่งเรื่องนี้นายกรัฐมนตรีได้หยิบยกขึ้นมาหารือในที่ประชุม ครม. แล้ว ขณะนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมเตรียมจับมือกับกระทรวงพาณิชย์ในการพิจารณาแก้ไขข้อกฎหมายและพิกัดภาษี เพื่อเปิดช่องให้สามารถมีสิ่งเจือปน เช่น พลาสติก ยาง หรือซากอิเล็กทรอนิกส์ ติดมาได้ในสัดส่วนที่เหมาะสม เช่น 1% - 3%เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประกอบการนำเข้าเศษเหล็กสุจริต
ส่วนข้อเสนอเรื่องการตัดพ่อค้าคนกลางเพื่อป้องกันขยะพิษตกหล่นกลางทาง นายวราวุธ ยอมรับว่าเห็นด้วยและเข้าใจความเจ็บปวดของประชาชนเมื่อพบขยะพิษถูกนำไปแอบทิ้งในพื้นที่ จ.ปราจีนบุรี โดยที่ผ่านมาติดปัญหาไม่สามารถไล่เบี้ยหาตัวผู้กระทำผิดได้เพื่อแก้ปัญหานี้ กระทรวงอุตสาหกรรมได้วางแนวทางรับมือ 2 ระยะ ระยะสั้น ได้ประสานกรมศุลกากรและกระทรวงการคลัง ขอระบุข้อมูลต้นทาง (Origin) และปลายทาง (Destination) ของตู้คอนเทนเนอร์ทุกตู้ตั้งแต่ก่อนนำเข้า และระยะยาว ได้ร่วมมือกับกรมการขนส่งทางบก นำระบบ GPS/GIS มาติดตั้งกับรถขนย้ายวัตถุอันตรายและกากอุตสาหกรรมทุกคันภายในปีหน้า เพื่อติดตามเส้นทางแบบ Real-time ป้องกันการนำขยะพิษไปแอบลักลอบฝังกลบ

คริส พุทธชาติ /ข่าว
อรุณี ตันศักดิ์ดา /เรียบเรียง