นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดเชียงใหม่ พรรคประชาชน ตั้งกระทู้ถามด้วยวาจา ถามนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง ปัญหามลพิษทางน้ำ โดยระบุว่า ปัญหาน้ำเป็นพิษจากการทำเหมืองแร่ในประเทศเพื่อนบ้านกำลังทวีความรุนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่แม่น้ำสาย อำเภอแม่สาย ที่ตรวจพบสารหนูเกินเกณฑ์มาตรฐานสูงถึง 28 เท่า รวมถึงแม่น้ำกก แม่น้ำสาละวินในจังหวัดแม่ฮ่องสอน และแม่น้ำโขงทั้งในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สารพิษเหล่านี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงในแหล่งน้ำ แต่ยังลุกลามปนเปื้อนในผลผลิตทางการเกษตร โดยพบสารหนูและสารตะกั่วเกินมาตรฐานในข้าวที่ประชาชนบริโภคทุกวันด้วย
นายภัทรพงษ์ กล่าวอีกว่า รัฐบาลและกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมขาดการแก้ไขปัญหาที่ต้นตออย่างจริงจัง ไม่กล้าหยิบยกประเด็นปัญหาน้ำข้ามแดนไปหารือในการเซ็น MOU หรือเจรจากับประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งเมียนมาและลาวที่มีเหมืองต้นน้ำโขงมากกว่า 100 แห่ง พร้อมกันนี้ได้ตั้งคำถามถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อทวงถามถึงมาตรการและแผนการดำเนินงานที่ชัดเจนในการจัดการปัญหามลพิษทางน้ำข้ามแดน และการปกป้องประชาชนจากสารก่อมะเร็ง สารหนู และสารตะกั่ว ขณะเดียวกันได้ทวงถามความชัดเจนจากรัฐมนตรีถึงมลพิษภายในประเทศเพื่อควบคุมสารพิษไม่ให้ทะลักปะปนไปกับน้ำท่วม โดยเน้นย้ำพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรีว่ามีการปนเปื้อนของสารหนู ตะกั่ว และแคดเมียม ในพื้นที่เก็บขยะอุตสาหกรรมว่าจะมีการบังคับใช้กฎหมายเอาผิดผู้ก่อมลพิษ และวางมาตรการปกป้องสุขภาพประชาชนอย่างไร
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวขอบคุณคำแนะนำของนายภัทรพงษ์ และขอโทษอย่างเป็นทางการกลางสภาฯ ต่อกรณีที่อดีตที่ปรึกษารัฐมนตรี เคยใช้คำพูดที่ไม่เหมาะสมกับนายภัทรพงษ์ พร้อมชี้แจงถึงปัญหาสารพิษปนเปื้อนในแม่น้ำสายต่าง ๆ ได้แก่ ปัจจุบันได้รับงบประมาณเพื่อจัดตั้งสถานีตรวจวัดคุณภาพน้ำแม่น้ำกกเรียบร้อยแล้ว พร้อมยอมรับว่าเป็นเรื่องจริงตามที่อภิปราย ซึ่งกรมควบคุมมลพิษได้ตรวจพบค่าสารหนูเกินมาตรฐานในแม่น้ำสายและได้ส่งต่อข้อมูลไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ การประปาส่วนภูมิภาค กรมประมง และกระทรวงสาธารณสุข เพื่อร่วมกันติดตามและแก้ไขปัญหาแล้ว
ขณะที่ผลการตรวจวัดคุณภาพน้ำในแม่น้ำกกล่าสุด ครั้งที่ 23 จากข้อมูลของอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ยืนยันว่ายังพบค่าสารพิษไม่เกินมาตรฐาน แต่หากข้อมูลของผู้ตั้งกระทู้มีความแตกต่าง ก็พร้อมให้อธิบดีกรมควบคุมมลพิษเข้าประสานข้อมูลเพื่อให้ตรงกัน ส่วนปัญหาการฟุ้งกระจายของตะกอนสารพิษเกิดจากการปล่อยน้ำของเขื่อนในประเทศลาวช่วงน้ำหลาก ซึ่งกระทรวง ทส. อยู่ระหว่างการประสานงานกับประเทศลาว เพื่อเข้าไปติดตั้งสถานีตรวจวัดคุณภาพน้ำและกำหนดมาตรฐานอ่านค่าร่วมกันให้สามารถรายงานข้อมูลแบบเรียลไทม์ (Real-time) เพื่อควบคุมการปล่อยสารพิษตั้งแต่ต้นทาง นอกจากนี้ จะนำประเด็นดังกล่าวเข้าหารือในการประชุมคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (MRC) ต่อไป
สำหรับปัญหามลพิษทางน้ำจากโรงงานคัดแยกขยะอุตสาหกรรมในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี นายสุชาติ ยืนยันว่า ในช่วงเกิดน้ำท่วม ตนเป็นหน่วยงานแรกที่ลงพื้นที่ลุยตรวจพราบน้ำมันสีรุ้งปนเปื้อน และเข้าแจ้งความดำเนินคดีทันที พร้อมประสานกรมโรงงานอุตสาหกรรมใช้อำนาจสั่งปิดปรับปรุงหรือดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนกรมควบคุมมลพิษมีหน้าที่ตรวจวัด อ่านค่า และฟ้องแพ่งเรียกค่าเสียหาย อย่างไรก็ตาม เนื่องจากมองว่าการฟ้องแพ่งอาจมีความหวังริบรี่ ตนจึงสั่งการให้รองปลัดกระทรวง ทส. เข้าพบเลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อหาแนวทางทำมูลฐานความผิดเข้าสู่การยึดทรัพย์ โดยเน้นย้ำว่าจะต้องใช้ยาแรงเพื่อสร้างความเกรงกลัว และยึดหลักยืนเคียงข้างประชาชน ไม่เข้าข้างนายทุนอย่างแน่นอน
คริส พุทธชาติ /ข่าว
อรุณี ตันศักดิ์ดา /เรียบเรียง
