นายเฉลิมพงศ์ แสงดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดภูเก็ต พรรคประชาชน (ปชน.) ตั้งกระทู้ถามสดด้วยวาจาต่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กรณีน้ำท่วมและดินโคลนถล่มในจังหวัดภูเก็ต โดยนายกรัฐมนตรีมอบหมายให้นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (รมช.มหาดไทย) เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน นายเฉลิมพงศ์ระบุว่า เหตุน้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่มในพื้นที่ตำบลป่าตองและตำบลกมลา อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต เมื่อวันที่ 26 ตุลาคมที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อบ้านเรือน ร้านค้า และธุรกิจมากกว่า 100 หลังคาเรือน มูลค่าความเสียหายไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนหลักเกณฑ์เยียวยาให้ครอบคลุมยานพาหนะ ทรัพย์สิน ผู้เช่าบ้าน และผู้เช่าร้านค้า รวมถึงเร่งติดตั้งระบบเตือนภัยในพื้นที่เสี่ยงดินถล่ม
นายเฉลิมพงศ์ ยังตั้งข้อสังเกตถึงการปรับพื้นที่เชิงเขา การถมดิน และการปิดกั้นหรือเบี่ยงทางน้ำธรรมชาติ ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภัยพิบัติ พร้อมเรียกร้องให้กระทรวงมหาดไทยตรวจสอบการรับแจ้งขุดดินถมดินและใบอนุญาตก่อสร้างในพื้นที่เสี่ยงตำบลกมลา ป่าตอง อำเภอกระทู้ และตำบลกะรน อำเภอเมืองภูเก็ต เปิดเผยข้อมูลลำรางสาธารณะ และดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดหากพบการปิดกั้นทางน้ำโดยมิชอบ รวมทั้งเสนอปรับปรุงกฎหมายขุดดินและถมดินให้พื้นที่เสี่ยงสูงต้องขออนุญาตพร้อมแสดงผลศึกษาทางวิศวกรรม นอกจากนี้ ยังเสนอ 4 มาตรการเร่งด่วน ได้แก่ การฟื้นฟูและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ การจัดระเบียบทางน้ำธรรมชาติ การจัดทำแผนป้องกันภัยพิบัติระยะยาว และการจัดสรรงบประมาณฉุกเฉิน โดยขอให้รัฐบาลให้คำมั่นดำเนินการภายใน 30 วัน
ด้านนายวรศิษฎ์ ชี้แจงว่า สภาพพื้นที่ภูเก็ตเป็นภูเขาและมีการขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว ทำให้โครงสร้างพื้นฐานด้านการระบายน้ำรองรับไม่ทัน โดยเหตุการณ์ครั้งนี้เกิดจากฝนตกหนักจนฝายกักเก็บน้ำบนเขาพังเสียหาย ส่งผลให้น้ำและดินโคลนไหลเข้าสู่ชุมชน เบื้องต้นได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเบี่ยงทางน้ำเข้าสู่ระบบระบายน้ำที่เหมาะสม ส่วนการเยียวยา บ้านเรือนที่เสียหายจากอุทกภัยและเข้าเกณฑ์ประกันภัยพิบัติจะได้รับเงินช่วยเหลือเบื้องต้น 10,000 บาท โดยไม่ต้องรอน้ำท่วมขังครบ 7 วัน พร้อมประเมินชดเชยตามความเสียหายจริงเพิ่มเติม สำหรับกรณีผู้เช่าบ้าน ต้องตกลงจัดสรรสิทธิ์กับเจ้าของบ้านเช่า ขณะที่การตรวจสอบการขุดดินบนเขา เทศบาลได้สั่งระงับการดำเนินการแล้ว และจะตรวจสอบสถานะที่ดินกับการขออนุญาตก่อสร้างที่เกี่ยวข้องต่อไป
นายวรศิษฎ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ตำบลกมลาออกแบบระบบระบายน้ำเสร็จแล้ว อยู่ระหว่างเตรียมเสนอของบประมาณก่อสร้าง ส่วนตำบลฉลอง อำเภอเมืองภูเก็ต อยู่ระหว่างก่อสร้างระบบระบายน้ำระยะที่ 1 และเตรียมดำเนินการระยะที่ 2 ขณะที่เทศบาลนครภูเก็ตดำเนินการระบบระบายน้ำแล้วร้อยละ 95 สำหรับระบบเตือนภัยดินถล่มและน้ำป่า กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ร่วมกับมหาวิทยาลัยและกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอยู่ระหว่างพัฒนาระบบแจ้งเตือนในพื้นที่เสี่ยง โดยมีนโยบายติดตั้งเครื่องมือแจ้งเตือนน้ำป่าล่วงหน้า 2–3 ชั่วโมง เพื่อให้ประชาชนเตรียมตัวและขนย้ายสิ่งของได้ทันเวลา ส่วนงบประมาณช่วยเหลือเบื้องต้นสามารถประสานขอใช้เงินทดลองราชการของผู้ว่าราชการจังหวัดได้ทันที หากไม่เพียงพอสามารถเสนอขอใช้งบกลางฉุกเฉินจากรัฐบาลต่อไป
ณัฐเดช เอียดปุ่ม /ข่าว
อรุณี ตันศักดิ์ดา /เรียบเรียง
