16 ม.ค. 69 - สว.เอกชัย เรียกร้องเร่งผลักดันกฎหมายกำหนดอายุการใช้งานเครน ชี้เหตุเครนถล่มพระราม 2 สะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างจากช่องว่างกฎหมาย แนะยกระดับความปลอดภัยสาธารณะ ตรวจสอบเครื่องจักรก่อนเริ่มงานทุกครั้ง

image

           นายเอกชัย เรืองรัตน์ สมาชิกวุฒิสภา พร้อมด้วยนายชวพล วัฒนพรมงคล  สมาชิกวุฒิสภา แถลงข่าวผลักดันกฎหมายกำหนดอายุการใช้งานเครนและการยกระดับความปลอดภัยสาธารณะ หลังเกิดเหตุเครนถล่ม บริเวณถนนพระราม 2 เมื่อวันที่ 15 ม.ค. 69 ที่ผ่านมา ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาเชิงโครงสร้างด้านกฎหมายและมาตรฐานความปลอดภัยในการใช้เครื่องจักรขนาดใหญ่ในงานก่อสร้างสาธารณะ จากการลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และการตรวจสอบร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรม พบว่าปัญหาหลักไม่ได้เกิดจากเหตุสุดวิสัยเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลจาก ช่องว่างทางกฎหมาย เนื่องจากปัจจุบันประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายกำหนดอายุการใช้งานของเครนอย่างชัดเจน มีเพียงข้อกำหนดด้านการซ่อมบำรุง (Maintenance) เท่านั้น ทำให้ไม่สามารถชี้ชัดได้ว่าเครื่องจักรขนาดใหญ่ควรมีอายุการใช้งานนานเพียงใด และควรถูกปลดระวางเมื่อใด ซึ่งการใช้งานเครนในพื้นที่ก่อสร้างสาธารณะ โดยเฉพาะถนนสายหลักอย่างถนนพระราม 2 ซึ่งมีประชาชนสัญจรหนาแน่นตลอดเวลา หากขาดเกณฑ์กำหนดอายุการใช้งานและการตรวจสอบเชิงลึก ย่อมนำไปสู่ความเสี่ยงด้านโครงสร้าง เช่น ความล้าของโลหะ (Fatigue) และอาจก่อให้เกิดเหตุพังถล่มซ้ำ ส่งผลกระทบต่อชีวิต ทรัพย์สิน และความเชื่อมั่นของประชาชน จึงมีความจำเป็นเร่งด่วนในการผลักดันกฎหมาย กำหนดอายุการใช้งานเครน ควบคู่กับการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยสาธารณะ โดยต้องกำหนดให้มีการตรวจสอบสภาพเครื่องจักรอย่างละเอียดโดยวิศวกรผู้เชี่ยวชาญก่อนเริ่มงานทุกครั้ง ไม่ใช่เพียงการตรวจตามรอบปกติ เพื่อป้องกันการละเลยมาตรการความปลอดภัยเพื่อลดต้นทุน นอกจากนี้ ยังเสนอให้ภาครัฐพิจารณากำหนดบทลงโทษที่เหมาะสมต่อผู้รับเหมาหรือผู้เกี่ยวข้องที่ปล่อยปละละเลยมาตรฐานความปลอดภัย พร้อมย้ำว่าการแก้ไขปัญหาไม่ควรหยุดเพียงการตรวจสอบสาเหตุของอุบัติเหตุ แต่ต้องนำไปสู่การปรับปรุงเชิงระบบ เพื่อให้โครงการก่อสร้างสาธารณะทั่วประเทศเป็นพื้นที่ที่ประชาชนสามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัยอย่างแท้จริง
          ด้านนายชวพล กล่าวเพิ่มเติมว่า ตนในฐานะชาวจังหวัดสมุทรสาคร เห็นว่าขณะนี้ประชาชนจำนวนมากยังไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และยังไม่เห็นมาตรการป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนในการสัญจรถนนพระราม 2 ซึ่งเป็นเส้นทางหลักลงสู่ภาคใต้ เมื่อประชาชนขาดความเชื่อมั่น ย่อมส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในภาพรวม จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลเข้ามาดูแลพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร สมุทรสงคราม และจังหวัดใกล้เคียงอย่างใกล้ชิด เร่งตรวจสอบหาสาเหตุ วางแนวทางป้องกันที่เป็นรูปธรรม และเยียวยาประชาชน ทั้งครอบครัวผู้ที่ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต รวมถึงประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบด้านความเชื่อมั่นและเศรษฐกิจด้วย

อรพรรณ ขันทองคำ ข่าว/เรียบเรียง

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ