16 ม.ค. 69 - เวที Policy Watch Connect 2026 สะท้อนวิกฤตระบบสาธารณสุขไทย ภาระค่าใช้จ่ายสุขภาพพุ่ง ความเหลื่อมล้ำ 3 กองทุนสุขภาพ ปัญหาโรงพยาบาลแออัด และงบประมาณที่เน้นรักษามากกว่าป้องกัน เรียกร้องปฏิรูประบบสุขภาพเชิงโครงสร้าง กระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น และเปิดพื้นที่ประชาชนร่วมกำหนดนโยบาย เพื่อสร้างระบบสุขภาพที่ยั่งยืน

image

          คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองฯ วุฒิสภา จัดเวทีเสวนาย่อย Policy Forum ปฏิรูประบบสุขภาพ ภายใต้เวที “Policy Watch Connect 2026 เลือกตั้ง 69 นโยบายสาธารณะ ฝ่าวิกฤตประเทศ” ร่วมกับภาคีหลายหน่วยงาน สะท้อนภาพรวมระบบสาธารณสุขไทยที่กำลังเผชิญภาวะวิกฤต ท่ามกลางการก้าวสู่สังคมผู้สูงวัยเต็มรูปแบบ โดยประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปเกินร้อยละ 20 และค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพเพิ่มขึ้นต่อเนื่องปีละ 6–7 เปอร์เซ็นต์ พร้อมชี้ถึงปัญหาความเหลื่อมล้ำของ 3 กองทุนสุขภาพ ได้แก่ บัตรทอง ประกันสังคม และสวัสดิการข้าราชการ ซึ่งดูแลประชาชนกว่า 66 ล้านคน แต่ให้สิทธิประโยชน์แตกต่างกันอย่างชัดเจน ขณะที่บัตรทองซึ่งครอบคลุมประชาชนกว่า 48 ล้านคน เผชิญปัญหาการเงิน โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานคร รวมถึงปัญหาใบส่งตัวที่ซับซ้อน ส่งผลให้ผู้ป่วยเข้าถึงบริการล่าช้า

        ด้านนายบัณฑิต แป้นวิเศษ ประธานเครือข่ายแรงงานผู้ใช้สิทธิประกันสังคม ระบุว่าการใช้พื้นที่ร่วมกันของผู้ถือบัตรทองและผู้ประกันตน ทำให้โรงพยาบาลแออัด เพิ่มความเสี่ยงด้านสุขภาพ โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุที่ต้องเผชิญขั้นตอนการรักษาซับซ้อนและภาระค่าใช้จ่ายสูงขึ้น

        ขณะที่นายทรงพล ตุละทา ผู้เชี่ยวชาญ สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ย้ำว่าระบบสุขภาพต้องมองแบบองค์รวม ตั้งแต่การป้องกัน โรคปฐมภูมิ ไปจนถึงการรักษา พร้อมชี้ว่าสุขภาพไม่ใช่ภารกิจของกระทรวงสาธารณสุขเพียงหน่วยเดียว แต่เกี่ยวข้องกับนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม อาหาร อาชีพ และความเหลื่อมล้ำ พร้อมเรียกร้องให้เปิดพื้นที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมกำหนดนโยบายมากขึ้น เพื่อแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างอย่างยั่งยืน

        นางสาวตวงรัตน์ โล่ห์สุนทร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง ในฐานะผู้ให้บริการด้านสุขภาพระดับท้องถิ่น และผู้กำหนดนโยบายระดับท้องถิ่น กล่าวว่าปัญหาสุขภาพมี 2 มิติหลัก คือเชิงโครงสร้างและเชิงระบบ ด้านโครงสร้าง นโยบายและบริการทางการแพทย์ยังกระจุกตัวในโรงพยาบาลศูนย์และโรงเรียนแพทย์ ขาดการกระจายสู่โรงพยาบาลชุมชนและโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) แม้มีการถ่ายโอนภารกิจด้านปฐมภูมิให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แต่การกระจายอำนาจยังไม่ชัดเจน ส่วนเชิงระบบ แม้ทุกฝ่ายเห็นตรงกันว่าควรสร้างมากกว่าซ่อม แต่ในทางปฏิบัติงบประมาณกลับเทไปที่การรักษาเป็นหลัก โดยเฉพาะในโรงพยาบาลขนาดใหญ่ ส่งผลให้เงินด้านส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคซึ่งเป็นต้นทางถูกเบียดบัง จึงจำเป็นต้องปฏิรูประบบงบประมาณและนโยบาย เพื่อให้การสร้างเสริมสุขภาพเกิดขึ้นจริงอย่างเป็นรูปธรรม

 

ณัฐเดช เอียดปุ่ม ข่าว/เรียบเรียง

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ