16 ม.ค. 69 – สถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา จัดเวที Highlight นโยบายพรรคการเมือง เลือกตั้ง 69 วันสุดท้าย พรรคการเมือง 41–57 ร่วมสะท้อนวิสัยทัศน์พัฒนาประเทศเข้มข้น พรรคแผ่นดินธรรม เสนอศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ พรรคกล้าธรรม เน้นประชาชนฐานรากมั่นคง ขณะที่ พรรคไทยก้าวใหม่ ชูการศึกษาเป็นเครื่องมือแก้จน พร้อมผลักดันกฎหมายความปลอดภัยสาธารณะ - สร้างผังเมืองใหม่

image

           สถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา จัดเวที Highlight นโยบายพรรคการเมือง เลือกตั้ง 2569 ร่วมเปลี่ยนประเทศไทย เข้าสู่วันสุดท้าย (16 ม.ค. 69) ณ โถงชั้น 1 อาคารสถานีฯ โดยมีพรรคการเมืองลำดับที่ 41 - 57 เข้าร่วมนำเสนอนโยบายและวิสัยทัศน์ ปิดท้ายกิจกรรมที่จัดต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 14 - 16 มกราคม 2569

           วันสุดท้ายการประชันนโยบาย พรรคการเมืองทั้งจากพรรคเล็กและพรรคใหญ่ ร่วมประชันนโยบายกันอย่างคึกคัก เริ่มด้วย นายบุณยติเลิศ สาระ หัวหน้าพรรคแผ่นดินธรรม และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นำเสนอนโยบายภายใต้แนวคิด "ศีลธรรมนำชาติ มีธรรมไม่มีเทา" โดยเสนอ 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ การบัญญัติศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เนื่องจากคนไทยกว่า 90% นับถือพุทธศาสนา แต่รัฐธรรมนูญทั้ง 20 ฉบับที่ผ่านมาไม่เคยระบุ ทำให้ไทยไม่สามารถแสดงอัตลักษณ์ได้ชัดเจนเหมือนประเทศอื่น และการให้สิทธิพระภิกษุสามเณรกว่า 3 แสนรูปออกเสียงเลือกตั้ง เพราะการตัดสิทธิขัดหลักประชาธิปไตย รวมถึงการฟื้นฟูศีลธรรมโดยจัดตั้ง "ธนาคารชาวพุทธ" ช่วยประชาชนเข้าถึงแหล่งทุน พร้อมบรรจุศีลธรรมในรัฐธรรมนูญและหลักสูตรการศึกษาทุกระดับ โดยเชื่อว่าศีลธรรมเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาประเทศสู่ประชาธิปไตยที่แท้จริง ลดความขัดแย้ง และนำประเทศกลับสู่ความปกติ

           ด้าน ผศ.ดร.เจนจิรา รัตนเพียร ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคกล้าธรรม นำเสนอนโยบายว่า พรรคกล้าธรรมใช้หลักการทำงานจากหัวใจ โดยลงพื้นที่สอบถามความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง ทำให้นโยบายของพรรคเป็นนโยบายที่จับต้องได้และสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง พรรคมองการพัฒนาประเทศในรูปแบบพีระมิด โดยฐานรากต้องมั่นคง คือ กลุ่มประชาชนที่มีรายได้น้อย ไม่ว่าจะเป็นเกษตรกร ครู หรือแรงงาน พรรคมุ่งมั่นให้กลุ่มเหล่านี้มีชีวิตที่มั่นคง ปลอดหนี้สิน มีกินมีใช้ และมีความสุข ซึ่งสะท้อนดีเอ็นเอของพรรคที่กล้าคิด กล้าทำ ไม่เพียงนั่งเขียนนโยบาย แต่ลงพื้นที่จริง โดยวางนโยบายหลัก 3 ด้าน ได้แก่ ด้านการศึกษา เชื่อว่าการปฏิรูปต้องเริ่มจากครู โดยจัดตั้งสหกรณ์กลางดอกเบี้ยต่ำ ลดภาระงาน ดูแลสวัสดิการ และยกระดับครูวิทยฐานะ ด้านเกษตรกร เปลี่ยนโฉนด สปก. เป็นโฉนดกู้ได้จริง ปรับโครงสร้างหนี้ ลดดอกเบี้ย และให้รัฐเป็นพี่เลี้ยงด้วยนวัตกรรม AI ช่วยวางแผนตลาดก่อนปลูก และด้านกีฬาและการท่องเที่ยว ยกระดับเมืองรองให้เป็นเมืองหลัก ผสานกีฬาเข้ากับการท่องเที่ยว ส่งเสริมอาชีพที่เกี่ยวข้อง สร้างรายได้ให้ชุมชนท้องถิ่นและผู้ประกอบการ โดยมั่นใจว่าประเทศไทยมีศักยภาพ

           ขณะที่ นายภคมน เทพอินทร์ชัย กรรมการบริหารและนายทะเบียนสมาชิกพรรคไทยก้าวใหม่ นำเสนอนโยบาย "ธนู 4 ดอก" ภายใต้แนวคิดที่ว่าการศึกษาเป็นเครื่องมือในการแก้ไขปัญหาความยากจน เป็นส่วนสำคัญของเศรษฐกิจและโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ประกอบด้วย 4 ด้านหลัก ได้แก่ ด้านแรก การศึกษา รัฐต้องจัดการศึกษาฟรีถึงระดับปริญญาเอก จัดสรรเงินอุดหนุนถึงมือผู้ปกครองโดยตรง แก้ไขปัญหาหนี้สินกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา และพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ทุกช่วงวัย ด้านที่สอง เศรษฐกิจ ภายใต้แนวคิด "คนไทยต้องมาก่อน เปลี่ยนจากผู้ซื้อเป็นผู้สร้าง" โดยจะดำเนินการปิดหนี้สินให้แก่ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปที่มีหนี้สินไม่เกิน 200,000 บาท ลดอัตราดอกเบี้ยลงร้อยละ 1 จัดตั้งกองทุนประชาชน 20,000 บาทเพื่อให้ผู้ประกอบอาชีพอิสระเข้าถึงแหล่งเงินทุน และจัดตั้งกองทุน SME ควอนตัมจำนวน 1 แสนล้านบาท เพื่อยกระดับผู้ประกอบการ ด้านที่สาม คุณภาพชีวิต ภายใต้แนวคิด "เปลี่ยนจากอยู่รอดเป็นอยู่ดี" จะยุติปัญหาภัยพิบัติ โดยผลักดันกฎหมายความปลอดภัยสาธารณะและสร้างระบบผังเมืองใหม่ และด้านสุดท้าย รัฐบาลดิจิทัลโปร่งใส พัฒนาระบบเทคโนโลยี Blockchain, Data Center และปัญญาประดิษฐ์ เปิดเผยข้อมูลแบบ Open Data เพื่อลดการทุจริตคอร์รัปชันที่ประเมินมูลค่าสูงหลายแสนล้านบาทต่อปี และนำงบประมาณไปพัฒนาสวัสดิการสาธารณะ

 

อรุณี ตันศักดิ์ดา ข่าว/เรียบเรียง

 

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ