นายปะดิธ สังขจาย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ตั้งกระทู้ถามสดด้วยวาจาต่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ถึงสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยระบุว่า ปัญหาน้ำท่วมเกิดขึ้นกับประชาชนในพื้นที่มาอย่างยาวนาน แม้ช่วงต้นปี พ.ศ. 2569 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะคาดการณ์ว่าปริมาณน้ำมีแนวโน้มน้อยและพื้นที่อาจไม่ประสบปัญหาน้ำท่วม แต่สถานการณ์กลับเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เมื่อวันที่ 17 กันยายนที่ผ่านมา ได้ลงพื้นที่บริเวณหน้าวัดบันไดช้าง อำเภอเสนา ขณะนั้นเขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำอยู่ที่ 900 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และระดับน้ำในแม่น้ำน้อยยังต่ำกว่าตลิ่งเกือบ 1 เมตร แต่ต่อมาเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มการระบายน้ำเป็น 1,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ในวันที่ 20 กันยายน เพิ่มเป็น 1,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที วันที่ 22 กันยายน เพิ่มเป็น 1,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และวันที่ 23 กันยายน เพิ่มเป็น 1,750 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งยังอยู่ในระดับดังกล่าวจนถึงวันที่ 24 กันยายน ส่งผลให้ระดับน้ำในพื้นที่เพิ่มขึ้นประมาณ 1 เมตร 50 เซนติเมตร และประชาชนหลายพื้นที่ได้รับผลกระทบ จึงขอทราบเหตุผลของการเร่งระบายน้ำ และแนวทางบริหารจัดการสถานการณ์
นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ผู้ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรีให้ตอบกระทู้ ชี้แจงว่า ได้ติดตามสถานการณ์และตรวจสอบข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยพบว่า ปริมาณการระบายน้ำบริเวณจังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งเป็นพื้นที่เหนือเขื่อนเจ้าพระยา เพิ่มขึ้นจาก 899 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เมื่อวันที่ 15 กันยายน และการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาอยู่ที่ 490 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ก่อนจะเพิ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 19 กันยายน เนื่องจากมีปริมาณฝนตกจำนวนมากในพื้นที่ใต้เขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ ครอบคลุมหลายจังหวัด ส่งผลให้มีมวลน้ำไหลลงสู่พื้นที่จังหวัดนครสวรรค์เพิ่มขึ้น ขณะที่เขื่อนเจ้าพระยามีหน้าที่ทดน้ำเพื่อการเกษตร ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเขื่อนเก็บกักน้ำ จึงไม่สามารถหน่วงหรือเก็บน้ำไว้ได้ในปริมาณมาก
สำหรับแนวทางแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้า นายภราดร กล่าวว่า จากการคาดการณ์ของกรมชลประทาน ปริมาณน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป จึงคาดว่าการระบายน้ำท้ายเขื่อนจะอยู่ในระดับปัจจุบันไปอีกระยะหนึ่ง พร้อมเร่งบริหารจัดการน้ำแบบ ก้างปลา โดยแบ่งน้ำออกทางด้านซ้ายและขวาของพื้นที่เหนือเขื่อนเจ้าพระยา ผ่านคลองและแม่น้ำต่าง ๆ เพื่อเพิ่มการระบายน้ำด้านข้างและลดปริมาณน้ำที่จะไหลลงพื้นที่ท้ายเขื่อน โดยได้เพิ่มการระบายน้ำด้านข้างจาก 400 เป็น 480 และเตรียมเพิ่มเป็น 500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที รวมถึงผลักดันน้ำเข้าสู่ทุ่งรับน้ำที่เกษตรกรเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้ว เช่น ทุ่งท่าวุ้ง ทุ่งเชียงราก ทุ่งป่าโมก ทุ่งบางบาล ทุ่งเจ้าเจ็ด และทุ่งโพธิ์พระยา
นายภราดร กล่าวเพิ่มเติมว่า ในระยะยาว รัฐบาลเห็นว่าการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมลุ่มน้ำเจ้าพระยาอย่างยั่งยืน จำเป็นต้องเพิ่มทางระบายน้ำขนาดใหญ่ เนื่องจากพื้นที่พระนครศรีอยุธยาและพื้นที่ภาคกลางหลายจังหวัด เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ และการขยายตัวของสังคมเมืองทำให้พื้นที่รองรับน้ำลดลง โดยโครงการทางระบายน้ำบางบาล–บางไทร ซึ่งเริ่มต้นในรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และรัฐบาลปัจจุบันเร่งรัดให้แล้วเสร็จภายใน 1–2 ปี จะช่วยแบ่งเบาภาระและลดผลกระทบจากน้ำท่วมในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้บางส่วน ส่วนการแก้ไขปัญหาในระยะยาวจำเป็นต้องมีโครงการคลองระบายน้ำขนาดใหญ่เพิ่มเติม โดยเฉพาะแนวฝั่งตะวันออกบริเวณคลองชัยนาท–ป่าสัก และป่าสัก–อ่าวไทย
ณัฐเดช เอียดปุ่ม /ข่าว
ลักขณา เทียกทอง /เรียบเรียง
สส.พระนครศรีอยุธยา ภท. ขอรัฐบาลเร่งแก้น้ำท่วม หลังเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มการระบายน้ำแตะ 1,750 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ด้านรัฐบาลเผยเร่งบริหารน้ำแบบ ก้างปลา ลดผลกระทบประชาชน
ลักขณา เทียกทอง
24 ก.ย. 2569 12:31 น.17 ครั้ง

24 ก.ย. 69 - นายปะดิธ สังขจาย สส.จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พรรคภูมิใจไทย ตั้งกระทู้ถามสดด้วยวาจาถึงปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ หลังกรมชลประทานเพิ่มการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาอย่างรวดเร็ว ส่งผลกระทบต่อประชาชน ขณะที่รัฐบาลยืนยันพยายามควบคุมการระบายน้ำท้ายเขื่อน และเร่งกระจายน้ำออกด้านข้างแบบก้างปลาเพื่อลดผลกระทบ