9 เม.ย. 69 - สส.พีรพัฒน์ พรรคภูมิใจไทย อภิปรายหนุนนโยบายการศึกษารัฐบาล ชี้ต้องแก้ปัญหาเด็กหลุดออกนอกระบบ–พัฒนาทักษะแรงงาน พร้อมเสนอเร่งผลักดัน AI เป็นวาระแห่งชาติ เพื่อยกระดับศักยภาพคนไทยในอนาคต

image

          นายพีรพัฒน์ รัชกิจประการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดสตูล พรรคภูมิใจไทย (ภท.) อภิปรายต่อคำแถลงนโยบายของรัฐบาลที่นำโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล ในประเด็นด้านการศึกษา โดยระบุว่า ในช่วงปีที่ผ่านมา รัฐบาล ภท. มีระยะเวลาในการบริหารประเทศจำกัด จึงมุ่งแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม เมื่อกลับมาเป็นรัฐบาลอีกครั้งและมีระยะเวลาในการบริหารมากขึ้น เห็นว่ามีความจำเป็นต้องวางรากฐานการพัฒนาประเทศในระยะยาว โดยเฉพาะด้านการศึกษา ซึ่งปัจจุบันยังมีเด็กไทยหลายแสนคนอยู่นอกระบบการศึกษา ไม่ใช่เพราะขาดความสามารถ แต่เป็นข้อจำกัดด้านโอกาส

         นายพีรพัฒน์กล่าวขอบคุณรัฐบาลที่ให้ความสำคัญและสานต่อนโยบาย เรียนฟรีมีจริง เรียนฟรีมีงานทำ เรียนฟรีทุกที่ทุกเวลา โดยเห็นว่าเป็นก้าวสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำอย่างเป็นรูปธรรม เพราะแม้นักเรียนไม่สามารถเดินทางไปโรงเรียนได้ แต่ยังเข้าถึงการเรียนรู้ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ของรัฐที่รวบรวมบทเรียนตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงมหาวิทยาลัย ทำให้การเรียนรู้ไม่ถูกจำกัดอยู่เพียงในห้องเรียน พร้อมกันนี้ ยังให้ความสำคัญกับนโยบาย เรียนฟรีมีงานทำ โดยอ้างถึงรายงานจากธนาคารโลกที่ชี้ว่า ปัญหาของไทยไม่ใช่การขาดงาน แต่เป็นทักษะที่ไม่ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน จึงเชื่อว่านโยบายธนาคารหน่วยกิต และ Skill Bridge จะช่วยให้ประชาชนสามารถเรียนไปด้วยทำงานไปด้วยได้ สะสมหน่วยกิตผ่านมหาวิทยาลัยหรือแพลตฟอร์มออนไลน์ และต่อยอดเป็นวุฒิการศึกษาในอนาคต ส่งผลให้แรงงานมีรายได้สูงขึ้น และเป็นมาตรการรองรับค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น

         นอกจากนี้ นโยบาย Skill Bridge ยังเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดทักษะที่ต้องการ ช่วยให้การพัฒนากำลังคนสอดคล้องกับตลาดแรงงานมากยิ่งขึ้น ในส่วนของการเตรียมความพร้อมสู่อนาคต นายพีรพัฒน์ระบุว่า โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งผู้ที่สามารถใช้ AI ได้จะมีประสิทธิภาพในการทำงานสูงกว่า หากคนไทยยังไม่สามารถใช้ AI ได้ อาจเสียเปรียบในการแข่งขันระดับโลก โดยหลายประเทศได้เริ่มขับเคลื่อนแล้ว เช่น สิงคโปร์ที่มียุทธศาสตร์ AI ระดับชาติ และเวียดนามที่บรรจุ AI ในระบบการศึกษา จึงเห็นว่าประเทศไทยยังไม่สายเกินไป หากต้องการเป็นผู้นำหรือศูนย์กลางด้าน AI ในอาเซียน จำเป็นต้องยกระดับ AI เป็นวาระระดับชาติอย่างเร่งด่วน

        ท้ายที่สุด นายพีรพัฒน์ย้ำว่า ทรัพยากรที่สำคัญที่สุดของประเทศคือทรัพยากรมนุษย์ การพัฒนาประเทศอย่างมั่นคงและยั่งยืนต้องเริ่มจากการพัฒนาคน ซึ่งจะเกิดขึ้นได้จากระบบการศึกษาที่มีคุณภาพ พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่า รัฐบาลจะสามารถสร้างคนรุ่นใหม่ที่ทันโลกและทันอนาคตได้ในระยะยาว 

 

ณัฐเดช เอียดปุ่ม ข่าว/เรียบเรียง

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ