นายซูการ์โน มะทา สส. จังหวัดยะลา และเลขาธิการพรรคประชาชาติ นำคณะ สส. และ สว. ที่อยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (จชต.) แถลงถึงกรณีเหตุลอบยิง นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส. จังหวัดนราธิวาส พรรคประชาชาติ โดยกล่าวว่า เหตุลอบยิง สส.กมลศักดิ์ เป็นคดีสะเทือนขวัญประชาชน และหลังจากเกิดเหตุแล้ว ตำรวจได้สืบสวนพบผู้เกี่ยวข้องซึ่งกระทบต่อความรู้สึกของสมาชิกรัฐสภาทุกคนที่อยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยพบพยานหลักฐานว่ารถยนต์ที่ใช้ก่อเหตุเป็นรถของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ประกอบกับ ปืนที่ใช้ก่อเหตุเป็นปืนที่เบิกจากคลังอาวุธของราชการ และผู้กระทำความผิดที่ปรากฏส่วนใหญ่เป็นอดีตเจ้าหน้าที่ของรัฐ เพราะฉะนั้น ตนในฐานะเลขาธิการพรรคประชาชาติ ขอแสดงจุดยืนถึงความกังวลเกี่ยวกับสวัสดิภาพความปลอดภัยและการทำหน้าที่ในฐานะตัวแทนของประชาชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อการกระทำครั้งนี้ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า ปัจจุบัน เหตุการณ์ดังกล่าวผ่านมาเกือบ 1 เดือนแล้ว แต่เหตุใดจึงยังไม่สามารถสอบสวนไปถึงผู้ที่บงการได้
นายซูการ์โน กล่าวเพิ่มเติมว่า ในช่วงที่ผ่านมา สส. ที่อยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จากทุกพรรคการเมือง ใช้ความพยายามทุกวิธีทางที่จะทำความจริงให้ปรากฏให้ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง วันนี้ (9 เม.ย.69) ตนได้นำคณะ สส.ที่อยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จากทุกพรรคการเมือง ไปเข้าพบกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อต้องการทราบความคืบหน้าคดี ในฐานะที่นายกรัฐมนตรีเป็นผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (ผอ.รมน.) ซึ่งกำกับดูแลรถพยานหลักฐานที่พบเบิกมาจาก กอ.รมน. โดยนายกรัฐมนตรีได้ตอบรับว่าเรื่องนี้จะไม่ปล่อยผ่าน นายกรัฐมนตรีจะลงไปดำเนินการติดตามการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่เพื่อหาผู้บงการและผู้กระทำผิดที่หลบหนีอยู่ มาดำเนินการสู่กระบวนการยุติธรรมให้ได้ต่อไป
ด้าน นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส. จังหวัดนราธิวาส พรรคประชาชาติ กล่าวว่า ตนในฐานะผู้ถูกกระทำและเป็นผู้เสียหาย ขอตั้งข้อสังเกตตามข้อเท็จจริงตามหลักฐานที่ปรากฏว่ายานพาหนะที่ใช้ในการกระทำความผิดเป็นของ กอ.รมน. และก่อนที่ข้อเท็จจริงจะปรากฎยังพบว่าทีมงานผู้ก่อเหตุเป็นอดีตเจ้าหน้าที่รัฐ และมีส่วนเกี่ยวข้องกับบุคคลที่ปฏิบัติราชการในฐานะรอง ผอ.รมน. จังหวัดนราธิวาส ฝ่ายทหาร โดยล่าสุดมีการออกหมายจับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ป.วิอาญา) แล้ว 5 ราย จับได้แล้ว 3 รายเป็นพลเรือน ส่วนอีก 2 ที่ยังจับไม่ได้เป็นอดีตทหารนาวิกโยธินและทหารพราน ตนจึงขอเรียกร้องว่าการสืบสวนสอบสวนต้องทำงานเชิงลึกมากขึ้น อย่าฟังเพียงคำให้การของทีมผู้ก่อเหตุ ซึ่งตนทราบข้อเท็จจริงว่าก่อนหน้านี้ รอง ผอ.รมน. จังหวัดนราธิวาส ฝ่ายทหาร เคยให้ยืมรถ และมีการติดตามลอบทำร้ายและสังหารตนมาแล้วไม่น้อยกว่า 5-6 ครั้ง แต่ทีมงานผู้ก่อเหตุยังไม่มีจังหวะที่เอื้อให้ลงมือ จึงขอตั้งคำถามว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งล่าสุดกับตน ผู้ให้ยืมรถคนดังกล่าวจะไม่ทราบเรื่องจริงหรือไม่ คำถามเหล่านี้เป็นหน้าที่ของชุดสืบสวน ซึ่งตนอยากเห็นรายงานการใช้โทรศัพท์ของบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดที่มีความสัมพันธ์ในเรื่องนี้เข้าสู่สํานวนคดีของพนักงานสืบสวนสอบสวน เพื่อนําไปสู่การดําเนินคดีตรงไปตรงมาด้วย
คณรัตน์ ยินดีมิตร / ข่าว / เรียบเรียง