นางสาวภัทรภร วรามิตร สมาชิกวุฒิสภา กล่าวถึงประกาศกฎกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องกำหนดปริมาณยาเสพติดให้โทษและวัตถุออกฤทธิ์ที่ให้สันนิษฐานว่ามีไว้ในครอบครองเพื่อเสพ พ.ศ. 2567 อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 24 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)ให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ.2564 และมาตรา 107 วรรคสอง แห่งประมวลกฎหมายยาเสพติด มิให้ผู้ใดมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ประเภท 2 หรือประเภท 5 หรือวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 1 ประเภท 2 ที่มีไว้ในครอบครองปริมาณเล็กน้อยตามที่กำหนด ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า มีไว้ในครอบครองเพื่อเสพ ซึ่งภายหลังการออกกฎกระทรวง นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้ให้สัมภาษณ์รายการโทรทัศน์แห่งหนึ่ง กรณีผู้เสพที่มีอาการและไม่มีอาการ โดยหากเป็นผู้เสพที่ไม่มีอาการให้ใช้วิธีบำบัดโดยชุมชน ส่วนผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง ให้เป็นหน้าที่ของโรงพยาบาลจังหวัด และมินิธัญญารักษ์ที่กระจายอย่างครอบคลุมทั่วถึงทุกอำเภอ จากประโยคดังกล่าวของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในข้อเท็จจริง กลับไม่ได้เป็นเช่นนั้น ยกตัวอย่างจังหวัดกาฬสินธุ์ สถานการณ์ปัจจุบันผู้เสพยาเสพติดไม่ยอมเข้ารับการบำบัด และครอบครัวของผู้เสพก็ไม่ได้ยอมรับว่าลูกหลานติดยาเสพติด จนกระทั่งเกิดอาการรุนแรง คลุ้มคลั่ง ขาดสติ จึงจะได้ประสานเจ้าหน้าที่เข้าจับกุม นำส่งโรงพยาบาล ขณะที่โรงพยาบาลจังหวัดกาฬสินธุ์ มีอยู่ที่ 15 เตียง และพักรักษาตัวอยู่ได้ไม่เกิน 14 วัน มีจิตแพทย์เข้ารักษาจำนวน 4 คน จิตแพทย์ 1 คนต้องออกไปตรวจโรงพยาบาลในอำเภอต่างๆ 3-4 อำเภอ ส่วนมินิธัญญารักษ์ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขระบุว่า มีครอบคลุม ในจังหวัดกาฬสินธุ์มีเพียงแห่งเดียวเท่านั้น คือที่อำเภอคำม่วง จากทั้งหมด 18 อำเภอ เป็นอาคาร 40 เตียง ที่สร้างด้วยเงินบริจาคทอดผ้าป่า ไม่ใช่เงินของหน่วยราชการแต่อย่างใด หากต้องการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ต้องเร่งรัดทำให้เกิดมินิธัญญารักษ์ครอบคลุมทุกพื้นที่เพื่อประโยชน์ในการรักษาอย่างจริงจัง
นอกจากนี้ ยังมีข้อกังวลต่อประเด็นการบำบัด รักษาผู้ป่วยยาเสพติด ตาม พ.ร.บ.ให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2564 มาตรา 114 ที่กำหนดให้เจ้าหน้าที่มีหน้าที่เข้าจับกุม และผู้ป่วยที่สมัครใจเข้ารับการรักษาตามหลักเกณฑ์กระทั่งได้หนังสือรับรองผ่านการรักษา แต่หากเกิดกรณีผู้ป่วยหนีการรักษา ก็ให้กลับไปใช้วรรคหนึ่งของมาตราดังกล่าว นั่นหมายถึงให้กลับไปรักษาเหมือนเดิมนั้น มองว่าหากเป็นเช่นนี้ เกรงว่าจะไม่สามารถบำบัดผู้ป่วยให้หายได้ และจะเป็นวงจรวนไปแบบนี้จนหาที่สิ้นสุดไม่ได้ จึงฝากไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ช่วยหาแนวทางแก้ปัญหากรณีผู้ป่วยหนีการบำบัดดังกล่าวด้วย
อรพรรณ ขันทองคำ ข่าว/เรียบเรียง
