นายจัตุรงค์ เสริมสุข สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ขอปรึกษาหารือปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนผ่านที่ประชุมวุฒิสภา เรื่อง กฎกระทรวงสาธารณสุขกำหนดปริมาณยาเสพติดให้โทษที่สันนิษฐานว่า ยาบ้า 5 เม็ด เป็นการครอบครองเพื่อเสพติด ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ว่า ตามที่ได้มีการประกาศใช้กฎกระทรวงกำหนดปริมาณยาเสพติดให้โทษและวัตถุออกฤทธิ์ที่ให้สันนิษฐานว่ามีไว้ในครอบครองเพื่อเสพ พ.ศ. 2567 โดยกำหนดให้มีปริมาณไม่เกินห้าหน่วยการใช้หรือมีน้ำหนักสุทธิไม่เกิน 500 มิลลิกรัม หรือในกรณีที่เป็นเกล็ด ผง ผลึกมีน้ำหนักสุทธิไม่เกินหนึ่งร้อยมิลลิกรัม ถ้าครอบครองไม่เกิน 5 เม็ด ถือว่าเป็นผู้เสพที่ต้องได้รับการบำบัด แต่ถ้าครอบครองเกิน 5 เม็ด ถือว่าครอบครองเพื่อจำหน่ายจะต้องถูกระวางโทษ ซึ่งเกิดเป็นกระแสสังคมที่มีการกล่าวว่า “ครอบครองยาบ้า 5 เม็ด ไม่ผิดกฎหมาย” แม้ว่า นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข จะได้มีการแถลงข่าวว่าไม่ว่าจะครอบครองยาบ้ากี่เม็ดก็ผิดกฎหมาย ซึ่งกฎหมายได้กำหนดไว้นานแล้วไม่ใช่เพิ่งมากำหนดในสมัยของรัฐบาลชุดปัจจุบัน โดยขอให้พิจารณาจากพฤติการณ์ที่พิสูจน์ว่าผู้ใดเป็นผู้เสพ หรือเป็นผู้จำหน่าย เป็นหลัก ซึ่งข้อเท็จจริงที่ปรากฏ คือ เมื่อโดนเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม จากนั้น 2 - 3 วันก็ถูกปล่อยตัวออกมา ซึ่งอาจทำให้เยาวชนเกิดความอยากรู้ อยากลองเพราะเข้าใจว่า “ครอบครองยาบ้า 5 เม็ด ไม่ติดคุก” อนึ่ง ตามที่กฎกระทรวงกำหนดว่าเมื่อจับกุมผู้ที่ครอบครองยาบ้าไม่เกิน 5 เม็ด ให้นำบุคคลนั้นไปบำบัด จึงมีประเด็นว่าสถานที่บำบัดมีเพียงพอหรือไม่ ซึ่งโรงพยาบาลไม่มีสถานที่และงบประมาณสำหรับบำบัดและดูแลบุคคลที่ติดยาเสพติด และจากการปรึกษาหารือ
นายจัตุรงค์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ยังคงค้างจ่ายเงินโรงพยาบาลที่เป็นโรงเรียนแพทย์รวมกว่า 1,000 ล้านบาท ดังนั้น จากการประกาศใช้กฎกระทรวงฯ ยังมีประเด็นปัญหาที่รัฐบาลควรจะต้องพิจารณาเพื่อหาแนวทางแก้ไขปรับปรุง ดังนี้ 1. สถานที่บำบัดยังมีบุคลากรที่มีความรู้และมีความชำนาญในการบำบัดผู้ติดยาเสพติดไม่เพียงพอ 2. สถานที่บำบัดยังไม่มีความพร้อมในการรองรับผู้ติดยาเสพติด และ 3. ยังไม่มีการจัดสรรงบประมาณสำหรับใช้ในการบำบัดผู้ติดยาเสพติด
ณัฐพล สงวนทรัพย์ ข่าว/เรียบเรียง