นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) พร้อมด้วย นางการดี เลียวไพโรจน์ สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ในฐานะรองประธานกรรมาธิการ (กมธ.) การสื่อสาร การโทรคมนาคม และเศรษฐกิจดิจิทัล สภาผู้แทนราษฎร ร่วมกันแถลงข่าวเรียกร้องรัฐบาลเร่งเสนอร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) เศรษฐกิจแพลตฟอร์มดิจิทัล พ.ศ. ... เข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา หลังสภาผู้แทนราษฎรผ่านร่างแก้ไข พ.ร.บ. ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ในวาระที่หนึ่ง
นายภาวุธ กล่าวว่า ร่าง พ.ร.บ.ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการวางระบบกฎหมายเศรษฐกิจดิจิทัล ขณะที่ร่าง พ.ร.บ.เศรษฐกิจแพลตฟอร์มดิจิทัล เป็นกฎหมายหลักที่จำเป็นต่อการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ ทั้งการจัดตั้งคณะกรรมการกำกับดูแลด้านดิจิทัล กองทุนสนับสนุน และการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล รวมถึงพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือ อีคอมเมิร์ซไทย ทั้งนี้ ปัจจุบันแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซต่างชาติมีอำนาจเหนือตลาดมากขึ้น ขณะที่ผู้ประกอบการต้องเผชิญค่าบริการและค่าธรรมเนียมที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงจำเป็นต้องมีกฎหมายกำกับดูแลเพื่อให้เกิดความเหมาะสมและเป็นธรรม พร้อมระบุว่า ยังไม่มีความชัดเจนว่ารัฐบาลจะเสนอร่างกฎหมายดังกล่าวเข้าสู่รัฐสภาเมื่อใด จึงขอเร่งรัดให้ดำเนินการโดยเร็ว เนื่องจากการมีกฎหมายธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์เพียงฉบับเดียว อาจไม่เพียงพอต่อการบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ
ด้าน นางการดี กล่าวว่า ร่าง พ.ร.บ.ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ที่ผ่านวาระที่หนึ่ง ยังขาดบทลงโทษและกลไกบังคับใช้ จึงจำเป็นต้องมีกฎหมายเศรษฐกิจแพลตฟอร์มดิจิทัลรองรับ เพื่อป้องกันสุญญากาศทางกฎหมายที่อาจส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการรายย่อย (SME) จำนวนมาก นอกจากนี้ มองว่าการกำกับดูแลด้านดิจิทัลควรเปิดโอกาสให้ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและผู้ประกอบการมีส่วนร่วม พร้อมเสนอให้กำหนดกรอบเวลาในการผลักดันกฎหมายอย่างชัดเจน และออกแบบมาตรการให้เหมาะสมกับขนาดและศักยภาพของธุรกิจ เพื่อไม่สร้างภาระเกินความจำเป็นแก่ SME รวมถึงทบทวนกฎหมายให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี เพื่อให้ประเทศไทยสามารถแข่งขันในตลาดเศรษฐกิจและการค้าดิจิทัลโลกได้
ณัฐเดช เอียดปุ่ม /ข่าว
ลักขณา เทียกทอง /เรียบเรียง
