รองปธ.กมธ.การสื่อสารฯ สผ.จี้รัฐบาลเร่งเสนอร่าง พ.ร.บ.เศรษฐกิจแพลตฟอร์มดิจิทัล เข้าสู่รัฐสภา หวั่นเกิดสุญญากาศทางกฎหมาย กระทบผู้ประกอบการรายย่อย

ณัฐ​เดช​ เอียด​ปุ่ม​

4 พ.ย. 2569 16:44 น.2 ครั้ง
แชร์LINE
รองปธ.กมธ.การสื่อสารฯ สผ.จี้รัฐบาลเร่งเสนอร่าง พ.ร.บ.เศรษฐกิจแพลตฟอร์มดิจิทัล เข้าสู่รัฐสภา หวั่นเกิดสุญญากาศทางกฎหมาย กระทบผู้ประกอบการรายย่อย

4 พ.ย. 69 - รองประธานกรรมาธิการการสื่อสาร การโทรคมนาคม และเศรษฐกิจดิจิทัล สภาผู้แทนราษฎร เรียกร้องรัฐบาลเร่งเสนอร่าง พ.ร.บ.เศรษฐกิจแพลตฟอร์มดิจิทัล หลังสภาผู้แทนราษฎรผ่านร่างแก้ไข พ.ร.บ.ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ วาระแรก หวั่นเกิดสุญญากาศทางกฎหมาย กระทบผู้ประกอบการ SME

นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) พร้อมด้วย นางการดี เลียวไพโรจน์ สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ในฐานะรองประธานกรรมาธิการ (กมธ.) การสื่อสาร การโทรคมนาคม และเศรษฐกิจดิจิทัล สภาผู้แทนราษฎร ร่วมกันแถลงข่าวเรียกร้องรัฐบาลเร่งเสนอร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) เศรษฐกิจแพลตฟอร์มดิจิทัล พ.ศ. ... เข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา หลังสภาผู้แทนราษฎรผ่านร่างแก้ไข พ.ร.บ. ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ในวาระที่หนึ่ง

นายภาวุธ กล่าวว่า ร่าง พ.ร.บ.ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการวางระบบกฎหมายเศรษฐกิจดิจิทัล ขณะที่ร่าง พ.ร.บ.เศรษฐกิจแพลตฟอร์มดิจิทัล เป็นกฎหมายหลักที่จำเป็นต่อการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ ทั้งการจัดตั้งคณะกรรมการกำกับดูแลด้านดิจิทัล กองทุนสนับสนุน และการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล รวมถึงพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือ อีคอมเมิร์ซไทย ทั้งนี้ ปัจจุบันแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซต่างชาติมีอำนาจเหนือตลาดมากขึ้น ขณะที่ผู้ประกอบการต้องเผชิญค่าบริการและค่าธรรมเนียมที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงจำเป็นต้องมีกฎหมายกำกับดูแลเพื่อให้เกิดความเหมาะสมและเป็นธรรม พร้อมระบุว่า ยังไม่มีความชัดเจนว่ารัฐบาลจะเสนอร่างกฎหมายดังกล่าวเข้าสู่รัฐสภาเมื่อใด จึงขอเร่งรัดให้ดำเนินการโดยเร็ว เนื่องจากการมีกฎหมายธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์เพียงฉบับเดียว อาจไม่เพียงพอต่อการบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ

ด้าน นางการดี กล่าวว่า ร่าง พ.ร.บ.ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ที่ผ่านวาระที่หนึ่ง ยังขาดบทลงโทษและกลไกบังคับใช้ จึงจำเป็นต้องมีกฎหมายเศรษฐกิจแพลตฟอร์มดิจิทัลรองรับ เพื่อป้องกันสุญญากาศทางกฎหมายที่อาจส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการรายย่อย (SME) จำนวนมาก นอกจากนี้ มองว่าการกำกับดูแลด้านดิจิทัลควรเปิดโอกาสให้ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและผู้ประกอบการมีส่วนร่วม พร้อมเสนอให้กำหนดกรอบเวลาในการผลักดันกฎหมายอย่างชัดเจน และออกแบบมาตรการให้เหมาะสมกับขนาดและศักยภาพของธุรกิจ เพื่อไม่สร้างภาระเกินความจำเป็นแก่ SME รวมถึงทบทวนกฎหมายให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี เพื่อให้ประเทศไทยสามารถแข่งขันในตลาดเศรษฐกิจและการค้าดิจิทัลโลกได้

ณัฐเดช เอียดปุ่ม /ข่าว

ลักขณา เทียกทอง /เรียบเรียง