นายอนุสรณ์ ไกรวัตนุสสรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จังหวัดสมุทรสาคร พรรคภูมิใจไทย อภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. .... ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรอยู่ระหว่างการพิจารณาฉบับที่คณะรัฐมนตรีเสนอ รวมกับฉบับที่ สส. พรรคภูมิใจไทย และฉบับที่ สส.พรรคประชาชนเสนอ โดยระบุว่า กฎหมายธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ของไทยใช้มาตั้งแต่ พ.ศ. 2544 แม้เคยแก้ไขมาแล้ว แต่ก็ยังไม่ครอบคลุมเทคโนโลยีใหม่ ๆ ในปัจจุบันอย่าง Artificial Intelligence (AI) Cloud Data Center DeepFake หรือ AI Agent ซึ่งส่งผลให้กฎหมายล้าหลัง ไม่ทันต่อการเปลี่ยนแปลง จึงถือเป็นเรื่องดีที่รัฐบาลและพรรคภูมิใจไทย รวมถึงสมาชิกสภาฯ ร่วมกันผลักดันกฎหมายฉบับนี้
นายอนุสรณ์ ยังได้แสดงความห่วงใยใน 3 ประเด็น ได้แก่ ภัยคุกคามและการฉ้อโกงออนไลน์ เมื่อการทำธุรกรรมย้ายไปอยู่บนโลกออนไลน์มากขึ้น ประชาชนเสี่ยงต่อการโดนหลอกลวง สินค้าไม่ตรงปก การถูกขโมยหรือนำข้อมูลส่วนตัวและรูปภาพไปแอบอ้างทำเรื่องผิดกฎหมาย รวมถึงการรับมือภัยคุกคามทางไซเบอร์ นายอนุสรณ์ ได้ยกตัวอย่างเหตุการณ์ในต่างประเทศที่ระบบซูเปอร์มาร์เก็ตถูกโจมตีทางไซเบอร์จนเกิดความเสียหายหนัก พร้อมเตือนว่าสงครามที่น่ากลัวที่สุดในปัจจุบันคือ สงครามไซเบอร์ (Cyber War) จึงขอฝากไปยังกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ อัยการ ศาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้เตรียมมาตรการอุดช่องโหว่และป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ในประเทศไทย ตลอดจนการปรับตัวสู่ธนาคารอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยีใหม่ เนื่องจากปัจจุบันรูปแบบการเงินเปลี่ยนไปสู่ธนาคารอิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่มีสมุดบัญชีหรือสาขา ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มผลตอบแทน ประชาชนและภาครัฐจึงต้องเร่งเรียนรู้และปรับตัวให้ทันเทคโนโลยีอย่าง Generative AI ChatGPT หรือนวัตกรรมใหม่ ๆ ในอนาคตเพื่อสร้างโอกาสให้กับประเทศ
นายอนุสรณ์ กล่าวย้ำว่า เมื่อโลกเปลี่ยน กฎหมายก็จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนตามให้ทันยุคสมัย โดยร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้จะเกิดประโยชน์ต่อสังคมและประเทศอย่างมาก และหวังว่าคณะกรรมาธิการฯ ที่จะตั้งขึ้นจะร่วมกันปรับแก้ให้สมบูรณ์เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน
คริส พุทธชาติ /ข่าว
ลักขณา เทียกทอง /เรียบเรียง
