นายพิศูจน์ รัตนวงศ์ ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การท่องเที่ยวและกีฬา วุฒิสภา กล่าวถึงรายงานการพิจารณาศึกษา เรื่อง แนวทางการพัฒนาและขับเคลื่อนการท่องเที่ยวหาดจอมเทียนให้ได้มาตรฐานโลก Blue Flag โดยระบุว่า กมธ. เห็นถึงความสำคัญของการท่องเที่ยวทางทะเล ซึ่งเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ แต่ปัจจุบันยังเผชิญกับปัญหาและความท้าทายหลายด้าน ทั้งปัญหาขยะและมลพิษทางทะเล คุณภาพน้ำและสิ่งแวดล้อม การจัดระเบียบร่ม เตียงชายหาด การรุกล้ำพื้นที่สาธารณะ รวมถึงความปลอดภัยและมาตรฐานการให้บริการนักท่องเที่ยว ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และความสามารถในการแข่งขันในระดับนานาชาติ กมธ. จึงได้มอบหมายให้คณะอนุกรรมาธิการส่งเสริมและพัฒนาด้านการท่องเที่ยวและการกีฬา ดำเนินการศึกษาแนวทางการพัฒนาและขับเคลื่อนหาดจอมเทียน อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่มีศักยภาพดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ แต่ยังคงมีปัญหาที่ต้องได้รับการแก้ไขและพัฒนาให้เป็นระบบ โดยใช้กระบวนการวิจัยแบบผสมผสาน ทั้งการลงพื้นที่สำรวจ สภาพปัญหา การสำรวจความคิดเห็นนักท่องเที่ยว และการจัดสนทนากลุ่มร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ประกอบการในพื้นที่ สำหรับการรวบรวมข้อมูลและข้อเสนอแนะเพื่อกำหนดแนวทางบริหารจัดการชายหาด ประกอบด้วย การจัดการขยะ การจัดระเบียบร่มและเตียงชายหาด ความปลอดภัยและภูมิทัศน์สิ่งแวดล้อม การใช้พื้นที่สาธารณะ โดยนำเกณฑ์มาตรฐานสากล Blue Flag มาใช้เป็นกรอบในการวิเคราะห์และกำหนดแนวทางยกระดับคุณภาพน้ำ สิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย และการให้บริการแก่ให้นักท่องเที่ยว เพื่อส่งต่อไปยังคณะรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาดำเนินการ
ด้านนางสาวภิญญาพัชญ์ ศันสนียชีวิน สมาชิกวุฒิสภา (สว.) อภิปรายต่อรายงานดังกล่าวว่า รายงานนี้คือผลสะท้อนจากความคาดหวังของคนในพื้นที่ ตลอดจนนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ ซึ่งพัทยามีนโยบายท่องเที่ยวสูงถึง 18 ล้านคนต่อปี สร้างรายได้กว่า 2.64 แสนล้านบาท สะท้อนความสำคัญของหาดจอมเทียนในฐานะเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจ ขณะเดียวกัน พื้นที่กำลังเผชิญความเสื่อมโทรมและปัญหาเชิงโครงสร้างที่เรื้อรัง โดยผลสำรวจพบว่านักท่องเที่ยวให้ความสำคัญสูงสุดกับ การจัดการสิ่งแวดล้อม รองลงมาคือ การจัดการขยะ การจัดระเบียบพื้นที่สาธารณะ และความปลอดภัย สะท้อนว่าการท่องเที่ยวในปัจจุบันไม่ได้มุ่งเพียงความเพลิดเพลินแต่ให้ความสำคัญกับ คุณภาพ มาตรฐาน และความยั่งยืน ซึ่งรัฐบาลและหน่วยงานที่รับผิดชอบต้องเร่งนำไปปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม จึงเสนอแนวทางการแก้ไขและยกระดับพื้นที่อย่างจริงจังตามเกณฑ์มาตรฐานสากล Blue Flag พร้อมย้ำว่า ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการรายใหญ่หรือรายย่อย ต้องจัดให้มีช่วงเวลาเคลียร์พื้นที่ชายหาด และเพิ่มความถี่ในการเก็บขยะโดยใช้ยานพาหนะหรือเทคโนโลยีที่เหมาะสม ไม่ปล่อยให้กองขยะส่งกลิ่นเหม็นจนกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยว นอกจากนี้ การพัฒนาพื้นที่ต้องยึดหลัก ไม่ทอดทิ้งใครไว้ข้างหลัง โดยเสนอให้จัดทำทางลาดลงชายหาดสำหรับผู้ใช้รถเข็น (Wheelchair) ตามอารยสถาปัตย์ (Universal Design) เพิ่มห้องน้ำสาธารณะที่สะอาดและรองรับผู้พิการ จัดให้มีเจ้าหน้าที่กู้ภัยชายหาดประจำการพร้อมอุปกรณ์ปฐมพยาบาล ตลอดจนนำระบบสายไฟฟ้าลงดินอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ควรนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น ระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) และกล้องวงจรปิด (CCTV) มาช่วยตรวจความปลอดภัย พร้อมเพิ่มแสงสว่างในจุดเสี่ยงเพื่อป้องกันเหตุอาชญากรรม อันเป็นการสร้างความมั่นใจแก่นักท่องเที่ยวตลอด 24 ชั่วโมง ให้พร้อมเดินทางมาท่องเที่ยวที่เมืองพัทยาและประเทศไทยอย่างยั่งยืนต่อไป
อรพรรณ ขันทองคำ /ข่าว
ลักขณา เทียกทอง /เรียบเรียง
