สส.พรรคประชาชนเรียกร้องรัฐเร่งจัดการกากอุตสาหกรรม-ฟื้นฟูพื้นที่ปนเปื้อน

คริส พุทธชาติ

3 พ.ย. 2569 13:26 น.8 ครั้ง
แชร์LINE
สส.พรรคประชาชนเรียกร้องรัฐเร่งจัดการกากอุตสาหกรรม-ฟื้นฟูพื้นที่ปนเปื้อน

3 พ.ย. 69 - สส.พรรคประชาชน เผยพบกองกากอุตสาหกรรมจากเตาหลอมขนาดใหญ่บริเวณรอยต่อสมุทรสาคร-สมุทรสงคราม ห่วงโลหะหนักปนเปื้อนแหล่งน้ำและไหลลงอ่าวไทย เรียกร้องรัฐบาลเร่งตรวจสอบ บังคับใช้กฎหมาย และจัดทีมฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

นายพูนศักดิ์ จันทร์จำปี สส.บัญชีรายชื่อ และนายอานุภาพ ลิขิตอำนวยชัย สส.สมุทรสงคราม พรรคประชาชน ร่วมแถลงถึงปัญหากากอุตสาหกรรมและโรงงานรีไซเคิลในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาครและสมุทรสงคราม พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งจัดการแหล่งกำเนิดมลพิษและฟื้นฟูพื้นที่ปนเปื้อนอย่างเป็นระบบ

นายอานุภาพ กล่าวว่าจากการลงพื้นที่พบกองกากอุตสาหกรรมจากเตาหลอมขนาดใหญ่ตั้งอยู่กลางแจ้งในจังหวัดสมุทรสาคร บริเวณติดต่อกับจังหวัดสมุทรสงคราม โดยโรงงานดังกล่าวเคยถูกตรวจสอบและมีคำสั่งให้หยุดประกอบกิจการชั่วคราวและปรับปรุงโรงงานตั้งแต่ปี 2568 แต่ปัจจุบันกลับพบกองกากอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น

นายอานุภาพ ระบุว่าเมื่อเกิดฝนตกหรือน้ำท่วม น้ำอาจชะล้างโลหะหนัก เช่น ตะกั่ว แคดเมียม และปรอท ลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ ขณะที่ในพื้นที่เริ่มพบปลาตาย นอกจากนี้ ยังพบการนำกากอุตสาหกรรมไปใช้ทำคันกั้นบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ คันถนน และถมถนนสาธารณะ จึงกังวลว่าสารปนเปื้อนอาจแพร่กระจายลงสู่อ่าวไทย กระทบระบบนิเวศ สัตว์น้ำ และสุขภาพของประชาชน แม้รัฐบาลจะตั้งคณะทำงานตรวจสอบโรงงานประเภท 105 และ 106 แล้ว แต่นายอานุภาพเห็นว่าการดำเนินการยังไม่เพียงพอ เนื่องจากมีคำสั่งปิดโรงงานเพียงแห่งเดียว และสั่งให้ปรับปรุงอีกกว่า 60 แห่ง จึงขอให้รัฐบาลและหน่วยงานในพื้นที่เร่งตรวจสอบคุณภาพน้ำ ติดตามเส้นทางการขนย้ายกากอุตสาหกรรม และดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด ก่อนที่จะมีการเคลื่อนย้ายหรือทำลายหลักฐาน พร้อมตรวจสอบกรณีที่อาจมีการนำเข้ากากอุตสาหกรรมจากต่างประเทศอย่างผิดกฎหมายด้วย

ด้าน นายพูนศักดิ์ กล่าวว่าการสั่งปิดหรือปรับปรุงโรงงานเป็นเพียงการหยุดแหล่งกำเนิดปัญหา แต่ยังไม่สามารถแก้ไขการปนเปื้อนที่เกิดขึ้นแล้ว เนื่องจากกากของเสียบางส่วนถูกฝังหรือถมไว้ในพื้นที่ จึงเสนอให้รัฐบาลกำหนดการฟื้นฟูพื้นที่ปนเปื้อนเป็นวาระเร่งด่วน และจัดสรรงบกลางส่งทีมเข้าตรวจวัดสารปนเปื้อนในดินและแหล่งน้ำอย่างตรงไปตรงมา หากตรวจพบการปนเปื้อน ควรแจ้งผลให้ประชาชนทราบและเร่งฟื้นฟูพื้นที่ เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ พร้อมขอให้การตรวจโรงงาน 3,049 แห่ง ตามการแบ่งระดับความเสี่ยงกลุ่ม A B และ C ให้ความสำคัญทั้งการบังคับใช้กฎหมาย การกำจัดกากของเสีย และการฟื้นฟูพื้นที่ ไม่ควรประเมินเพียงจำนวนโรงงานที่ตรวจเสร็จตามเป้าหมาย

นายพูนศักดิ์ กล่าวด้วยว่าปัญหากากอุตสาหกรรมไม่ได้เกิดเฉพาะภาคตะวันออก เช่น จังหวัดปราจีนบุรี หรือพื้นที่สมุทรสาครและสมุทรสงคราม แต่ยังพบความเสี่ยงในจังหวัดอื่น เช่น พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี และลพบุรี จึงขอให้รัฐบาลบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งหน่วยงานด้านอุตสาหกรรม สิ่งแวดล้อม และฝ่ายปกครอง เพื่อจัดการต้นตอและฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบโดยเร็ว

คริส พุทธชาติ / ข่าว
ลักขณา เทียกทอง / เรียบเรียง