นางการดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ และนายพละวัต ตันศิริ สว. ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการร่วมกันเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ. .... แถลงความคืบหน้าภายหลังการประชุมครั้งที่ 6 ว่าคณะกรรมาธิการเห็นพ้องว่ากฎหมายฉบับนี้มีความสำคัญ และมีความพยายามผลักดันให้สามารถประกาศใช้โดยเร็วที่สุด บนพื้นฐานของความรอบคอบ โดยการดำเนินงานตั้งอยู่บน 3 กรอบแนวคิดสำคัญ คือ การนำไปปรับใช้ได้จริงครอบคลุมตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง และโครงสร้างการกำกับที่สมดุลและยุติธรรม ทั้งนี้ ในการพูดคุยที่ผ่านมามีประเด็นหารือทั้งหมด 15 ประเด็น โดยมี 6 ประเด็นที่กรรมาธิการเห็นตรงกันแล้ว และอีก 9 ประเด็นที่อยู่ระหว่างการหารือ ซึ่งคาดว่าจะมีการลงมติและหาข้อสรุปได้ในสัปดาห์หน้า
นายพละวัต กล่าวว่า จากการหารือเพื่อปรับปรุงและแก้ไขข้อคิดเห็นที่ยังมีความเห็นต่างระหว่างสองสภา โดยแบ่งความคืบหน้าออกเป็น 2 ส่วนหลัก โดยมี 6 ประเด็นที่กรรมาธิการเห็นตรงกันแล้ว ซึ่งจะช่วยลดภาระประชาชนและเพิ่มประสิทธิภาพปฏิบัติ ได้แก่ 1. ชะลอบังคับใช้หมวดกองทุนอากาศสะอาด 1 ปี ที่ประชุมเห็นชอบให้มีหมวดกองทุนฯ แต่ให้เว้นระยะเวลาบังคับใช้หลังประกาศในราชกิจจานุเบกษาไปแล้ว 1 ปี เพื่อเตรียมความพร้อมด้านรายละเอียดและให้สอดคล้องกับ พ.ร.บ.กองทุนหมุนเวียน 2. เจาะจงนิยามกลุ่มเปราะบาง ปรับแก้ให้ครอบคลุมผู้ปฏิบัติงานกลางแจ้งที่ต้องรับสัมผัสมลพิษทางอากาศอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การคุ้มครองตรงจุดและไม่เป็นภาระงบประมาณเกินความจำเป็น 3. ปลดล็อกเกษตรกร ไม่ต้องติดเครื่องตรวจวัดมลพิษ ยกเลิกข้อบังคับให้เกษตรกรติดตั้งระบบตรวจวัด เพื่อลดภาระและให้เกิดผลสัมฤทธิ์ในทางปฏิบัติจริง 4. ป้องกันเก็บค่าธรรมเนียมซ้ำซ้อน ชัดเจนในการไม่เก็บค่าธรรมเนียมรายผลิตภัณฑ์หรือกระบวนการผลิตซ้ำซ้อนกับกฎหมายอื่น เช่น กฎหมายกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง 5. ดึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ร่วมเป็นเจ้าหน้าที่ตามกฎหมาย กำหนดให้พนักงานส่วนท้องถิ่นเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่โดยอัตโนมัติภายใต้คำประกาศของรัฐมนตรี โดยเน้นการมีส่วนร่วมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 6. เน้น คุมมลพิษ แทนกำหนดอายุรถ เปลี่ยนเป้าหมายจากการกำหนดอายุการใช้งานของยานพาหนะ ไปเป็นการคุมเข้มการปล่อยสารมลพิษจากรถยนต์แทน
นายพละวัต กล่าวอีกว่า สำหรับประเด็นที่ยังอยู่ระหว่างการหารือและจัดทำรายละเอียดอีก 9 ข้อนั้น คณะกรรมาธิการฯ กำลังเร่งหาแนวทางที่เหมาะสมที่สุด ได้แก่ 1.สัดส่วนเอกชนในคณะกรรมการ 2.บทกำหนดโทษทางอาญา 3.ประธาน กมธ.อากาศสะอาดจังหวัด 4.การตัดความรับผิดสถาบันการเงิน 5.การระบุข้อมูลการปลดปล่อยและเคลื่อนย้ายมลพิษ (PRTR) 6.การลดขั้นตอนความซ้ำซ้อนในการตรวจโครงการก่อมลพิษ 7.กลไกการจัดการมลพิษข้ามแดน 8.การสิทธิคุ้มครองชั่วคราวของประชาชน และ 9.การพิจารณาความคุ้มค่าของระบบฝากไว้ได้คืน
นายพละวัต กล่าวว่าคณะกรรมาธิการจะเร่งจัดทำรายละเอียดและหาแนวทางที่เหมาะสมในประเด็นที่เหลือ ขณะที่นางการดี ระบุว่าประเด็นที่ยังเห็นต่างจะเข้าสู่การลงมติในสัปดาห์หน้า โดยคาดว่าจะสรุปร่างกฎหมายและเสนอต่อที่ประชุมทั้งสองสภาได้ภายในสมัยประชุมนี้
คริส พุทธชาติ /ข่าว
ลักขณา เทียกทอง /เรียบเรียง
