สส.พิมพ์กาญจน์ ปชน. สะท้อนปัญหาคลองสามวา ขอเร่งก่อสร้างถนนพระยาสุเรนทร์ รับมือน้ำท่วม ดูแลผลกระทบงานก่อสร้าง เสริมบริการสาธารณสุข

ลักขณา เทียกทอง

25 ก.ย. 2569 11:12 น.26 ครั้ง
แชร์LINE
สส.พิมพ์กาญจน์ ปชน. สะท้อนปัญหาคลองสามวา ขอเร่งก่อสร้างถนนพระยาสุเรนทร์ รับมือน้ำท่วม ดูแลผลกระทบงานก่อสร้าง เสริมบริการสาธารณสุข

25 ก.ย. 69 - สส.พิมพ์กาญจน์ พรรคประชาชน สะท้อนความเดือดร้อนชาวคลองสามวา ขอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ปัญหาความล่าช้าโครงการก่อสร้างถนนพระยาสุเรนทร์ล่าช้า ผลกระทบก่อสร้างทางด่วนจตุโชติ-ลำลูกกา พร้อมขอ กทม.เพิ่มเครื่องมือระบายน้ำรับมือ 14 จุดเสี่ยง จัดสรรบุคลากรช่วยโรงพยาบาลรัตนประชารักษ์ช่วงเปลี่ยนผ่านสิทธิรักษาพยาบาล

นางสาวพิมพ์กาญจน์ กีรติวิราปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(สส.) กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน กล่าวถึงปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่เขตคลองสามวาเพื่อขอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไข ประเด็นแรก คือปัญหาความล่าช้าโครงการก่อสร้างถนนพระยาสุเรนทร์ส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ ปัจจุบันมีแรงงานปฏิบัติงานตลอดแนวโครงการ และทำงานประมาณสัปดาห์ละ 3 วัน จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามความคืบหน้าและเร่งรัดการดำเนินงาน เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้เส้นทางได้อย่างสะดวกและปลอดภัยมากขึ้น ประเด็นที่สอง คือ ผลกระทบจากโครงการทางพิเศษฉลองรัชส่วนต่อขยาย ช่วงจตุโชติ–ลำลูกกา ซึ่งเป็นโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ โดยประชาชนในพื้นที่ไม่ได้คัดค้านการพัฒนาโครงการ แต่ต้องการให้มีมาตรการดูแลผลกระทบจากการก่อสร้างอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะการทำงานในช่วงเวลากลางคืน รวมถึงปัญหาฝุ่น โคลน และสภาพถนนที่ทรุดโทรม อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ จึงขอให้หน่วยงานที่รับผิดชอบติดตามและแก้ไขผลกระทบจากการก่อสร้างอย่างต่อเนื่อง รวมถึงดูแลสภาพถนนและพื้นที่โดยรอบโครงการ เพื่อให้การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสามารถดำเนินควบคู่กับการดูแลคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ได้อย่างเหมาะสม

นางสาวพิมพ์กาญจน์ กล่าวต่อถึงปัญหาน้ำท่วมว่าเขตคลองสามวามีหลายพื้นที่เป็นพื้นที่ลุ่ม ขณะที่ระบบระบายน้ำเดิมอาจไม่เพียงพอต่อการขยายตัวของเมืองและจำนวนที่อยู่อาศัยที่เพิ่มขึ้น ทำให้ประสิทธิภาพการระบายน้ำเป็นอีกประเด็นที่ต้องได้รับการพัฒนาและสนับสนุนเพิ่มเติม จึงเสนอให้กรุงเทพมหานครสนับสนุนเครื่องมือและทรัพยากรที่จำเป็น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลประชาชนในพื้นที่ พร้อมระบุว่ามีจุดเฝ้าระวังน้ำท่วมขังซ้ำซากประมาณ 14 จุด ยกตัวอย่างบริเวณซอยหทัยราษฎร์ 39 ซึ่งมีประชาชนได้รับผลกระทบจากน้ำเข้าบ้าน รวมถึงพื้นที่ตามแนวคลองต่างๆ จึงขอให้กรุงเทพมหานครเร่งพิจารณาแนวทางป้องกันและเพิ่มประสิทธิภาพระบบระบายน้ำ โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน ส่วนประเด็นสุดท้าย คือ ระบบบริการสาธารณสุข ภายหลังมีการย้ายสิทธิการรักษาของประชาชนไปยังโรงพยาบาลรัตนประชารักษ์กว่า 9,000 คน ส่งผลต่อความสะดวกในการไปรับบริการ จึงขอความร่วมมือกรุงเทพมหานครพิจารณาจัดสรรบุคลากรและทรัพยากรจากโรงพยาบาลหรือหน่วยบริการอื่นเข้ามาสนับสนุนในช่วงเปลี่ยนผ่าน เพื่อลดภาระของบุคลากรทางการแพทย์ และช่วยให้ประชาชนได้รับบริการอย่างทั่วถึงโดยไม่ต้องใช้เวลารอรับบริการเป็นเวลานาน

อรพรรณ ขันทองคำ /ข่าว
ลักขณา เทียกทอง /เรียบเรียง