นายกมล รอดคล้าย ประธานกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... วุฒิสภา พร้อมคณะ ร่วมกันแถลงข่าวผลการพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าว ซึ่งผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎร และคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ พิจารณาแก้ไขเสร็จแล้ว ก่อนผ่านการพิจารณาของที่ประชุมวุฒิสภา ในวาระที่ 2 และ 3 เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา
สาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูฯ ฉบับนี้ ประกอบด้วย 6 ประเด็นหลัก ได้แก่ ยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 16/2560 เรื่อง การบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ลงวันที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2560 กำหนดให้คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) มีจำนวน 25 คน โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธาน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นรองประธาน พร้อมด้วยกรรมการโดยตำแหน่ง 7 คน กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ 6 คน และกรรมการผู้แทนข้าราชการครูฯ จากการเลือกตั้งจำนวน 9 คน รวมถึงกรรมการและเลขานุการ ให้อำนาจ ก.ค.ศ. ตั้งคณะอนุกรรมการ (อ.ก.ค.ศ.) วิสามัญ คณะละไม่เกิน 15 คน เพื่อทำการแทนหรือทำหน้าที่เช่นเดียวกับคณะอนุกรรมการอื่น กำหนดให้ ก.ค.ศ. เป็นผู้ดำเนินการสอบแข่งขัน หรือมอบหมายให้ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา ส่วนราชการ หรือหน่วยงานการศึกษาดำเนินการแทนได้ รวมทั้งกำหนดหลักสูตร วิธีการสอบ เกณฑ์การขึ้นบัญชี และการยกเลิกบัญชี
ในกรณีที่สถานศึกษาใดไม่มีผู้อำนวยการหรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้และไม่มีผู้รักษาการ ให้ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุและแต่งตั้งตามมาตรา 53 สั่งให้ข้าราชการครูฯ ผู้ใดรักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษานั้นได้ และกำหนดให้ผู้มีอำนาจสั่งให้ข้าราชการครูฯ ออกจากราชการเมื่อขาดคุณสมบัติด้วยเหตุตกเป็นบุคคลล้มละลายทุจริตตามกฎหมายว่าด้วยล้มละลาย แต่หากตกเป็นบุคคลล้มละลายปกติในระหว่างรับราชการ ให้ยังคงรับราชการต่อไปได้
นายกมล กล่าวว่า การแก้ไขร่างกฎหมายมุ่งกระจายอำนาจบริหารงานบุคคลลงสู่เขตพื้นที่ และเปิดโอกาสให้ครูกับผู้บริหารเข้ามามีส่วนร่วมเป็นกรรมการ ก.ค.ศ. ผ่านกระบวนการเลือกตั้ง รวมถึงให้หน่วยงานและผู้บังคับบัญชาในพื้นที่มีบทบาทด้านการย้าย การแต่งตั้ง และการสรรหาผู้บริหารการศึกษา ทั้งนี้ เนื่องจากวุฒิสภามีการแก้ไขเพิ่มเติมร่างกฎหมาย ขั้นตอนต่อไปจะส่งกลับไปยังสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาว่าจะเห็นชอบกับการแก้ไขของวุฒิสภาหรือไม่ หากสภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบ จึงจะเข้าสู่ขั้นตอนดำเนินการเพื่อประกาศใช้เป็นกฎหมายต่อไป
ทัดดาว ทองอิ่ม / ข่าว
ลักขณา เทียกทอง / เรียบเรียง