นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา ให้การรับรอง นายโอตากะ มาซาโตะ (Mr. OTAKA Masato) เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ณ ห้องรับรองพิเศษ 205 อาคารรัฐสภา หารือแนวทางการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและญี่ปุ่นในหลายมิติ ครอบคลุมด้านรัฐสภา เศรษฐกิจ การค้า การลงทุน การคมนาคม และความร่วมมือด้านวัฒนธรรม นายโสภณ กล่าวว่ารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสต้อนรับเอกอัครราชทูตญี่ปุ่น พร้อมหารือถึงความสัมพันธ์อันดีและความร่วมมือที่มีมายาวนานระหว่างทั้งสองประเทศ อีกทั้งยังแสดงความยินดีกับรัฐบาลใหม่ของญี่ปุ่นที่เข้ามาบริหารประเทศในช่วงเวลาใกล้เคียงกับประเทศไทย พร้อมกล่าวขอบคุณรัฐบาลญี่ปุ่นที่แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์รถไฟชนรถโดยสารประจำทางที่เกิดขึ้นในประเทศไทย
นายโสภณ ยังกล่าวถึงความร่วมมือด้านระบบรางระหว่างไทยและญี่ปุ่นที่มีมาอย่างต่อเนื่อง โดยระบุว่าในอดีตขณะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ตนเคยมีโอกาสศึกษาระบบขนส่งทางรางของญี่ปุ่น และเห็นถึงความก้าวหน้าทั้งในด้านความปลอดภัยและการบริหารจัดการ พร้อมขอบคุณรัฐบาลญี่ปุ่นที่สนับสนุนโบกี้รถไฟให้แก่ประเทศไทยเพื่อนำมาปรับปรุงและใช้งาน ซึ่งสะท้อนถึงมิตรภาพอันดีระหว่างสองประเทศ และยืนยันว่าไทยยังคงเดินหน้าพัฒนาระบบขนส่งทางรางอย่างต่อเนื่อง
นายโสภณ ยังกล่าวถึงความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและแรงงานระหว่างไทยกับญี่ปุ่น โดยระบุว่ามีแรงงานไทยจำนวนมากเดินทางไปทำงานในญี่ปุ่น และสามารถนำประสบการณ์กลับมาพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนเองและครอบครัวได้ พร้อมย้ำว่ารัฐสภาไทยกำลังเดินหน้าปฏิรูปกฎหมายที่ล้าสมัย ควบคู่กับการผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามความเห็นของประชาชน เพื่อเสริมสร้างระบบประชาธิปไตยและลดความขัดแย้งในสังคม
ขณะที่ นายโอตากะ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นฯ กล่าวแสดงความยินดีต่อการดำรงตำแหน่งประธานรัฐสภาของนายโสภณ พร้อมระบุว่า ญี่ปุ่นและไทยมีความร่วมมือกันในหลายด้าน ทั้งการรับมืออุทกภัย อุบัติเหตุ และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ โดยหากรัฐบาลญี่ปุ่นสามารถสนับสนุนหรือให้ความร่วมมือในด้านใดเพิ่มเติมได้ ก็พร้อมดำเนินการอย่างเต็มที่ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่น ยังกล่าวว่าในปี 2570 จะเป็นวาระครบรอบ 140 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-ญี่ปุ่น ซึ่งจะมีการจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองทั้งในระดับรัฐบาลและภาคประชาชน โดยเฉพาะด้านวัฒนธรรมและกีฬา พร้อมกล่าวชื่นชมพัฒนาการด้านกีฬาฟุตบอลของไทย โดยยกตัวอย่างสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ตนมีโอกาสเดินทางเยือนจังหวัดบุรีรัมย์เมื่อปีที่ผ่านมา พร้อมแสดงความหวังว่าจะมีการแลกเปลี่ยนความร่วมมือระหว่างรัฐสภาของทั้งสองประเทศมากยิ่งขึ้น
ขณะเดียวกัน นายโอตากะ ยังระบุว่าญี่ปุ่นกำลังอยู่ระหว่างการหารือเรื่องการแก้ไขกฎหมายอาญาและการปฏิรูปรัฐธรรมนูญ ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่มีความผันผวน พร้อมยืนยันว่าญี่ปุ่นพร้อมแบ่งปันองค์ความรู้ด้านพลังงาน การบริหารความเสี่ยง และเทคโนโลยีต่าง ๆ ให้แก่ประเทศไทย
ทั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายยืนยันความพร้อมในการสานต่อความร่วมมือระหว่างไทยและญี่ปุ่นในทุกมิติ ทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ การคมนาคม วัฒนธรรม และการแลกเปลี่ยนในระดับรัฐสภาอย่างต่อเนื่อง
อัญชิสา ก่อกิจฤกษ์ชัย ข่าว/เรียบเรียง