นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้การรับรอง นางสาวเซซิเลีย ซูนิลดา กาลาร์เรตา บาซัน (H.E. Ms. Cecilia Zunilda Galarreta Bazán) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเปรูประจำประเทศไทย ณ ห้องรับรองพิเศษ 205 อาคารรัฐสภา ในโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะอำลาตำแหน่งก่อนครบวาระการปฏิบัติหน้าที่ โดยทั้งสองฝ่ายได้หารือแนวทางการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐเปรูในหลายมิติ ทั้งด้านรัฐสภา เศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และความร่วมมือด้านวัฒนธรรม
ประธานรัฐสภา กล่าวต้อนรับและแสดงความยินดีที่เอกอัครราชทูตเปรูเข้าพบ พร้อมระบุว่า ไทยและเปรูมีความสัมพันธ์อันดีและยาวนาน อีกทั้งเอกอัครราชทูตได้ปฏิบัติหน้าที่ประจำประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่องตลอด 4 ปีที่ผ่านมา และมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศในหลายมิติ ซึ่งสะท้อนถึงความใกล้ชิดและความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างทั้งสองประเทศ พร้อมชื่นชมบทบาทในการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างกันในช่วงที่ผ่านมา นอกจากนี้ ประธานรัฐสภา ยังกล่าวถึงสินค้าสำคัญของประเทศเปรู โดยเฉพาะอะโวคาโด ที่ได้มีโอกาสทดลองรับประทานและชื่นชอบเป็นอย่างมาก พร้อมแสดงความหวังว่า เอกอัครราชทูตจะได้นำประสบการณ์ วัฒนธรรม และมิตรภาพจากประเทศไทยไปเผยแพร่ในประเทศเปรูต่อไป รวมถึงยืนยันว่า ไทยพร้อมเดินหน้ากระชับความร่วมมือในระดับรัฐสภากับเปรูอย่างต่อเนื่อง
ด้าน นางสาวเซซิเลีย ซูนิลดา กาลาร์เรตา บาซัน เอกอัครราชทูตเปรูฯ กล่าวว่ารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เข้าพบประธานรัฐสภา พร้อมแสดงความยินดีต่อการได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งประธานรัฐสภาของไทย โดยระบุว่า ไทยและเปรูมีความสัมพันธ์ทางการทูตที่ยาวนาน และเมื่อปีที่ผ่านมา ทั้งสองประเทศได้ร่วมเฉลิมฉลองครบรอบ 60 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการ ซึ่งสะท้อนถึงความร่วมมืออันใกล้ชิดระหว่างกัน โดยเฉพาะในระดับรัฐสภา เอกอัครราชทูตเปรู กล่าวว่าตลอดระยะเวลา 4 ปีในการปฏิบัติหน้าที่ในประเทศไทย ได้รับความร่วมมือและการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งรัฐบาล กระทรวงการต่างประเทศ รัฐสภา และประชาชนชาวไทย ทำให้การดำเนินงานด้านการทูตและการส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศเป็นไปอย่างราบรื่น พร้อมกล่าวชื่นชมประเทศไทยทั้งด้านวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และวิถีชีวิตของประชาชนไทย
เอกอัครราชทูตเปรูฯ ยังขอความร่วมมือจากรัฐสภาไทยในการสนับสนุนกระบวนการความตกลงการค้าเสรีไทย-เปรู (FTA) ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการทบทวนด้านกฎหมายและเตรียมเข้าสู่ขั้นตอนลงนาม คาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงเดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคมนี้ โดยระบุว่าความตกลงดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ต่อการค้าและการลงทุนของทั้งสองประเทศ รวมถึงเปิดโอกาสให้ไทยเข้าถึงทรัพยากรและสินค้าเกษตรสำคัญจากเปรู เช่น อะโวคาโด องุ่น และสินค้าเกษตรอื่น ๆ ขณะที่เปรูก็มีความสนใจในการแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีและสินค้าจากประเทศไทยเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน
ทั้งนี้ เอกอัครราชทูตเปรูฯ ยังเชิญชวนนักลงทุนไทยเข้าไปลงทุนในประเทศเปรู ซึ่งมีศักยภาพด้านเศรษฐกิจ รวมถึงความพร้อมด้านระบบท่าเรือและการขนส่งระหว่างประเทศ พร้อมยืนยันว่า แม้ภายหลังเดินทางกลับประเทศเปรูแล้ว ก็จะยังคงส่งเสริมความสัมพันธ์กับประเทศไทยผ่านกลุ่มมิตรภาพรัฐสภาระหว่างประเทศ และหวังว่าจะมีการขยายความร่วมมือด้านการศึกษาและด้านอื่น ๆ เพิ่มเติมในอนาคต
อัญชิสา ก่อกิจฤกษ์ชัย ข่าว/เรียบเรียง