2 เม.ย.69 - กมธ.การพาณิชย์วุฒิสภา ห่วงปัญหาทุเรียนไทย เสนอตั้งคณะทำงานบูรณาการระดับชาติ เร่งลดขั้นตอนส่งออก ตั้งเป้า 5 ปี ดันรายได้ผลไม้เมืองร้อนแตะ 5 แสนล้าน

image

         นายเอกชัย เรืองรัตน์ รองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพาณิชย์และอุตสาหกรรม วุฒิสภา ในฐานะประธานอนุกรรมาธิการพาณิชย์และเศรษฐกิจดิจิทัล พร้อมด้วย พลตำรวจโท สุรพล วิรัตน์โยสินทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดจันทบุรี พรรคภูมิใจไทย และคณะ ร่วมแถลงข่าวถึงปัญหาการส่งออกทุเรียนไทย หลังรับเรื่องร้องเรียนจากชาวสวนทุเรียนจังหวัดจันทบุรีและตราด โดยกล่าวว่า ปีนี้ผลผลิตทุเรียนเพิ่มขึ้นจาก 1.5 ล้านตัน เป็น 1.89 ล้านตัน โดยมีกำหนดเริ่มตัดผลผลิตอย่างเป็นทางการในวันที่ 20 เมษายนนี้ แม้ตลาดจีนยังมีศักยภาพรองรับได้อีกมาก เนื่องจากประเมินว่ามีคนจีนเพียงร้อยละ 10 เท่านั้นที่เคยรับประทานทุเรียน แต่อุปสรรคสำคัญอยู่ที่ระบบราชการและขั้นตอนที่ล่าช้า โดยปัจจุบันการส่งออกทุเรียนจากสวนไปถึงจีนใช้เวลาถึง 15 วัน จึงขอให้ภาครัฐลดระยะเวลาขั้นตอนดังกล่าวเหลือ 8 วัน ซึ่งจะช่วยเกษตรกรชาวสวนทุเรียนได้อย่างมาก ทั้งนี้ ปัญหาสำคัญที่พบจากการลงพื้นที่มีหลายด้าน ได้แก่ ทุเรียนไทยยังขาดมาตรฐานที่แน่นอน เปรียบได้กับ "กล่องสุ่ม" เนื่องจากคุณภาพในแต่ละลูกยังไม่สม่ำเสมอ บางลูกเปลือกบาง เนื้อหวานกลมกล่อม แต่ลูกถัดไปอาจรสชาติไม่ดีและเนื้อหนา ส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์สินค้าไทยในสายตาผู้บริโภคต่างประเทศ และปัญหาสัญญาซื้อขายระหว่างล้งกับเกษตรกรที่ไม่เป็นธรรม โดยพบว่าสัญญามีรายละเอียดยาวถึง 3 - 4 หน้า แต่เกษตรกรบางรายไม่สามารถอ่านหนังสือได้และใช้การพิมพ์ลายนิ้วมือแทนการเซ็นสัญญา และในสัญญายังมีเงื่อนไขว่าหากเกษตรกรปฏิบัติตามไม่ได้จะถูกยึดสวน รวมทั้งยังพบความเสี่ยงจากการสร้างสถานการณ์โดยบางบริษัทต่างชาติ ทั้งการตัดทุเรียนอ่อนและการนำทุเรียนที่มีสารปนเปื้อนมาสวมสิทธิ์เพื่อทุบราคา ตลอดจนปัญหาเชิงโครงสร้างที่สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) ของไทย ซึ่งทำหน้าที่ประสานงานกับสำนักงานศุลกากรแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (GACC) มีอำนาจน้อยเกินไป ส่งผลให้เกิดปัญหาในปัจจุบัน อย่างเช่นกรณีโรงงานส่งออกน้ำตาลแปรรูปที่เคยมี 17 แห่ง ต้องปิดตัวลงแล้วถึง 8 แห่งไม่ใช่เพราะคุณภาพการผลิต แต่เพราะโครงสร้างราชการที่มีปัญหา
           ดังนั้น กมธ. จึงมีข้อเสนอแนะให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดําเนินการ ได้แก่ การจัดตั้งคณะกรรมการบูรณาการอุตสาหกรรมทุเรียนระดับชาติ เพื่อบริหารจัดการเชิงยุทธศาสตร์แบบข้ามกระทรวง การสร้างระบบนิเวศด้านข้อมูลดิจิทัล พัฒนาแพลตฟอร์มกลางที่เชื่อมต่อทุกหน่วยงาน พร้อมพัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับถึงระดับต้น เพื่อให้สามารถติดตามข้อมูลการผลิตในแต่ละต้นได้ ทั้งจำนวนผลผลิตและชนิดปุ๋ยที่ใช้ และสามารถสั่งซื้อล่วงหน้าได้ตั้งแต่บนต้น รวมถึงป้องกันการสวมสิทธิ์ GAP การยกระดับแบรนด์และมาตรฐานสินค้า โดยผลักดันการจดทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) แบรนด์ "หมอนทอง" และแบรนด์ย่อยระดับจังหวัด พร้อมสนับสนุนให้มีกล่องบรรจุภัณฑ์จำนวน 1 ล้านกล่อง โดยเปิดช่องให้แต่ละสหกรณ์ใส่แบรนด์ของตัวเอง เพื่อสร้างเอกลักษณ์สินค้า และการจัดทำสัญญากลางที่เป็นธรรมในการซื้อขายผลไม้ระหว่างล้งกับเกษตรกร เพื่อปกป้องสิทธิ์ชาวสวนอย่างแท้จริง
         ทั้งนี้ กมธ. ยังตั้งเป้าหมายระยะยาวจากยอดส่งออกผลไม้เมืองร้อนในปัจจุบันที่ 140,000 ล้านบาท จะผลักดันให้แตะ 500,000 ล้านบาทภายใน 5 ปี โดยรื้อระบบทั้งหมดและพัฒนาเป็นระบบออนไลน์อย่างครบวงจร พร้อมยกระดับทุเรียนไทยให้เป็นสินค้าแชมเปี้ยนด้านการส่งออกของประเทศ


อรุณี ตันศักดิ์ดา ข่าว/เรียบเรียง

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ