การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ ทำหน้าที่ประธานการประชุมพิจารณาวาระรับทราบรายงานผลการดำเนินงานและประมวลผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการนโยบายที่เป็นแห่งชาติ พ.ศ. 2564
นางชญานันท์ ภักดีจิตต์ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) กล่าวสรุปผลการดำเนินงาน โดยระยะแรก คทช. ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนนโยบายการจัดที่ดินทำดินให้ชุมชน ควบคู่กับการแก้ไขปัญหาการซ้อนทับแนวเขตที่ดินของรัฐ และการพิสูจน์สิทธิในที่ดินต่าง ๆ ซึ่งผลการจัดที่ดินให้ชุมชน ตั้งแต่ปี 2558 ถึง 2564 สามารถกำหนดพื้นที่เป้าหมาย 1,442 พื้นที่ 70 จังหวัด เนื้อที่ 5.7 ล้านไร่ มีคนอยู่ในพื้นที่ 68,707 ราย 33 พื้นที่ 67 จังหวัด เนื้อที่กว่า 4.6 แสนไร่ ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพแล้ว 185 พื้นที่ 62 จังหวัด ขณะที่การปรับปรุงพื้นที่แนวเขตที่ดินของรัฐ คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบผลการปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ มาตราส่วน 1:4,000 (One Map) พื้นที่กลุ่มที่ 1 จำนวน 11 จังหวัด พร้อมพิจารณาแนวทางแก้ไขปัญหาของหน่วยงานรับผิดชอบที่ดินของรัฐ กรณีการปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐอาจกระทบกับประชาชนที่อยู่อาศัย และพิจารณากรอบแนวทางการปรับปรุงแผนที่ดังกล่าว
ส่วนผลการพิสูจน์สิทธิในที่ดินของรัฐตามมาตรการของ คทช. รับเรื่องแก้ไขปัญหาข้อโต้แย้งแล้ว 715 ราย เนื้อที่ 3,469 ไร่ ขณะที่ผลการขับเคลื่อนนโยบายแนวทางและมาตรการการบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดิน เช่น จัดทำแผนปฏิบัติการด้านการบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดินของประเทศระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566-2570) ดำเนินการตามแผนการปฏิรูปประเทศด้านสังคม กิจกรรมการปฏิรูปที่ส่งผลทำให้การเปลี่ยนแปลงต่อประชาชนอย่างมีนัยสำคัญ เห็นชอบแนวทางแก้ไขปัญหาแนวเขตที่ดินและอุทยานแห่งชาติทับลาน
นอกจากนี้ ผลการกลั่นกรองกฎหมายการบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดิน เห็นชอบให้ปรับปรุงยกเลิกและประกาศใช้กฎหมายรวม 3 ฉบับ ได้แก่ ร่างประกาศ คทช. เรื่องหลักเกณฑ์การรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดทำนโยบายและแผนการบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดินของประเทศ พ.ศ. .... ร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี (นร.) เรื่องยกเลิกระเบียบ นร. ว่าด้วยการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐพ.ศ 2545 พ.ศ และร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สถาบันบริหารจัดการที่ดินและกระจายการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรมและยั่งยืน พ.ศ. ....
ผลการดำเนินงานด้านสารสนเทศที่ดินและทรัพยากรดิน เช่น เห็นชอบกรอบแนวทางการดำเนินการในการพัฒนาศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศที่ดินและทรัพยากรดิน จัดทำบัญชีข้อมูลและกำหนดมาตรฐานข้อมูลเพื่อนำไปสู่การพัฒนาระบบการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูล Big Data ด้านที่ดินและทรัพยากรดินของประเทศ
ส่วนการประเมินผลการขับเคลื่อนนโยบายการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน 47 พื้นที่ อยู่ในระดับดี 21 พื้นที่ และระดับพอใช้ 26 พื้นที่ ขณะที่ผลการประเมินความสุขชุมชนมวลรวมหรือ (GCH) ในพื้นที่ คทช. คะแนนเฉลี่ย 4.33 คะแนน จากคะแนนเต็ม 5 คะแนน โดยพบว่าด้านความมั่นคงในที่ดินทำกินมีระดับความสุขมากที่สุด
จากนั้น สส. ร่วมอภิปรายต่อรายงาน เช่น นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สส.จังหวัดสงขลา พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า คทช. มีรูปแบบการบริหารแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ คณะกรรมการและสำนักงาน โดยภารกิจของ คทช. มีหลากหลาย แต่ภารกิจที่สำคัญ คือการกำหนดมาตรการในการกระจายการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรมและการแก้ปัญหาที่ดินทับซ้อน โดยปัจจุบันเกษตรกรมีความหวังกับ คทช. ซึ่งตนได้ลงไปในพื้นที่พบปัญหามากมาย ไม่ว่าจะเป็นปัญหาของกรมที่ดิน สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) หรือพื้นที่อื่น ๆ ซึ่งตนบอกกับประชาชนว่าเรายังมีความหวังกับ คทช. โดยในอำเภอสะบ้าย้อย อำเภอนาทวี พื้นที่ของตนเอง วันนี้รอการดำเนินการของ คทช. ในขั้นตอนสุดท้าย โดยเฉพาะจากกรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่จะตอบโจทย์เรื่องพื้นที่ป่า และสามารถออกเป็นเอกสาร คทช. ให้กับเกษตรกรได้
ด้าน ว่าที่ร้อยตรี สมชาต เตชถาวรเจริญ สส.จังหวัดภูเก็ต พรรคประชาชน กล่าวว่า การจัดทำเล่มรายงานของ คทช. ปกติแล้วต้องเสนอ ครม. อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง พร้อมจัดทำเล่มรายงานเสนอต่อสาธารณชนด้วย จึงขอตั้งข้อสังเกตว่าเหตุใดจึงยังไม่ได้เสนอรายงานตั้งแต่ปี 2565 จนถึงปัจจุบัน ขณะที่รายงานผลการดำเนินงานในพื้นที่เป้าหมาย ตามรายงานของผู้ชี้แจง ที่ระบุเป้าหมายจัดพื้นที่ทำกินแบ่งเป็น 9 ประเภท ซึ่งตนขอเน้นไปที่ประเภทหลักที่เกี่ยวข้องกับประชาชนจังหวัดภูเก็ต ได้แก่ พื้นที่ป่าชายเลนและที่ดินสาธารณประโยชน์ โดยพบว่าประชาชนส่วนใหญ่ที่อยู่ในเขตพื้นที่ดังกล่าว ยังขาดระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นน้ำหรือไฟฟ้า เมื่อไปสอบถามหน่วยงานกลับได้รับคำตอบว่าไม่สามารถขยายเขตเข้าไปได้ เพราะเป็นที่ดินสาธารณะและยังอยู่ระหว่างการอนุญาตจาก คทช. ซึ่งย้อนแย้งกับมติ ครม. ที่ระบุชัดเจนว่าให้ชุมชนที่อยู่ระหว่างรอการพิจารณาเข้าสู่ สาธารณูปโภคพื้นฐานได้ แต่ข้อเท็จจริงพบว่าหากยังไม่มีการแก้ไขกฎระเบียบในระดับหน่วยงานก็จะไม่สามารถขยายการให้บริการดังกล่าวได้ ถือเป็นปัญหาของประชาชนในพื้นที่ ที่ควรจะได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน
ทัดดาว ทองอิ่ม ข่าว / เรียบเรียง