นายณัฐชาบุญ ไชยอินสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) พร้อมด้วยนายชูศักดิ์ จันทยานนท์ ประธานมูลนิธิออทิสติกไทย และคณะ แถลงข่าวกรณีกรมบัญชีกลางมีหนังสือเรียกให้กองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ นำทุนหรือผลกำไรส่วนเกินของทุนหมุนเวียนส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดินในปี พ.ศ. 2569 เนื่องจากกองทุนมีเงินหมุนเวียนที่มีสภาพคล่องมากเกินไป
นายณัฐชา กล่าวว่า กรณีดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าผู้จัดการกองทุน คือ อธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ไม่มีนโยบายบริหารจัดการให้ผู้พิการได้รับสิทธิประโยชน์และเข้าถึงเงื่อนไขของกองทุนเท่าที่ควร ทั้งที่เงินในกองทุนดังกล่าวเป็นเงินสมทบจากภาคเอกชนตามมาตรา 33 มาตรา 34 และมาตรา 35 แห่งพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ.2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2556 โดยไม่ได้รับการอุดหนุนจากภาครัฐแต่อย่างใด ทั้งนี้ กองทุนดังกล่าวมีเงินคงคลังสูงถึงหลักหมื่นล้านบาท ซึ่งสะท้อนว่าไม่มีการบริหารจัดการเพื่อนำเงินไปสนับสนุนคุณภาพชีวิตของผู้พิการอย่างเหมาะสม ขณะเดียวกันภาคเอกชนจำนวนมากไม่ได้จ้างงานผู้พิการตามเงื่อนไขที่รัฐกำหนด จึงต้องส่งเงินสมทบเข้ากองทุนเป็นจำนวนมาก อีกทั้งรัฐบาลยังมีความพยายามนำเงินดังกล่าวไปใช้ในเรื่องอื่น เช่นเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นในอดีตจนมีการฟ้องร้องในศาลปกครองมาแล้ว
นายณัฐชา จึงเรียกร้องให้รัฐบาลชุดใหม่ภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ติดตามกรณีดังกล่าว เนื่องจากเห็นว่าเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง ที่รัฐบาลกำลังพยายามนำเงินของผู้พิการไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ โดยไม่คำนึงถึงคุณภาพชีวิตและสิทธิประโยชน์ของผู้พิการ พร้อมกันนี้ยังแสดงความกังวลต่อกรณีที่กรมบัญชีกลางมีหนังสือด่วนที่สุดเรียกเงินคืนจากกองทุนจำนวน 2,800 ล้านบาท โดยเห็นว่าเงินจำนวนดังกล่าวสามารถนำไปช่วยเหลือผู้พิการในด้านต่าง ๆ ได้อีกหลายจำนวนมาก จึงขอให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์คนใหม่ เร่งพิจารณาดำเนินการในเรื่องนี้โดยเร็ว ไม่เช่นนั้นจะเป็นการซ้ำเติมผู้พิการอย่างมาก และขอให้ประชาชนติดตามกรณีดังกล่าวอย่างใกล้ชิดต่อไป
ณัฐเดชเอียดปุ่ม ข่าว/เรียบเรียง
สำนักประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร / ภาพ