นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (ผอ.รมน.) ได้หารือร่วมกับผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะรอง ผอ.รมน. และเสนาธิการทหารบก ในฐานะเลขาธิการ กอ.รมน. ถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาการกักตุนและการลักลอบนำน้ำมันออกนอกประเทศ ซึ่งส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพด้านพลังงานและเศรษฐกิจของประเทศไทย
ภายหลังการหารือ นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) บูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามและตรวจสอบการดำเนินการเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิงทั้งระบบ ครอบคลุมตั้งแต่ต้นทาง ระหว่างทาง และปลายทาง เพื่อป้องกันการกักตุน ลักลอบขนย้าย หรือการนำออกนอกประเทศโดยผิดกฎหมาย ในส่วนของต้นทาง คือ โรงกลั่นน้ำมัน ได้มอบหมายให้ศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 4 กอ.รมน. ซึ่งรับผิดชอบด้านความมั่นคงทางพลังงาน ทำหน้าที่กำกับดูแลและติดตามการผลิตและการบริหารจัดการน้ำมันจากโรงกลั่นให้เป็นไปตามกฎหมาย และป้องกันไม่ให้เกิดการนำออกนอกระบบอย่างผิดปกติ ส่วนช่วงระหว่างทาง คือ การขนส่งและการกระจายน้ำมัน ให้ กอ.รมน.จังหวัดทั่วประเทศ และ กอ.รมน.ภาคส่วนแยกในกองกำลังป้องกันชายแดน ร่วมกำกับดูแลเส้นทางการขนส่งและการกระจายน้ำมัน โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงตามแนวชายแดน เพื่อป้องกันการลักลอบขนส่งน้ำมันออกนอกประเทศ และปลายทาง คือ สถานีบริการน้ำมัน ให้ชุดตรวจร่วมของ กอ.รมน.จังหวัด ลงพื้นที่สุ่มตรวจสถานีบริการน้ำมันในพื้นที่รับผิดชอบ เพื่อตรวจสอบปริมาณการจำหน่าย การกักตุน และการดำเนินการที่อาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย
ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลในการรักษาเสถียรภาพด้านพลังงานของประเทศ ป้องกันการเอาเปรียบประชาชน และสร้างความโปร่งใสในระบบการค้าพลังงาน พร้อมย้ำว่า กอ.รมน. จะบูรณาการการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การกำกับดูแลมีประสิทธิภาพและสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนทั่วประเทศ
อรุณี ตันศักดิ์ดา ข่าว/เรียบเรียง
เพจเฟชบุ๊ก ทีมโฆษก กอ.รมน./ข้อมูล