รอง ปธ.กมธ. วิสามัญร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาดฯ เผยพิจารณาร่างกฎหมายรอบคอบ เตรียมมอบเป็นของขวัญปีใหม่ให้ประชาชน

ลักขณา เทียกทอง

19 ต.ค. 2567 12:50 น.647 ครั้ง
แชร์LINE
รอง ปธ.กมธ. วิสามัญร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาดฯ เผยพิจารณาร่างกฎหมายรอบคอบ เตรียมมอบเป็นของขวัญปีใหม่ให้ประชาชน

19 ต.ค. 67 - ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ รองประธาน กมธ. วิสามัญร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาดฯ สภาผู้แทนราษฎร เผย กมธ. พิจารณาร่างกฎหมายอย่างรอบคอบ เตรียมมอบเป็นของขวัญปีใหม่ให้ประชาชน ขณะเตือนรัฐบาลเร่งจัดการฝุ่นพิษ PM 2.5 ก่อนเข้าฤดูหนาว แนะให้ดูต้นตอมลพิษในเมืองจากยางและเบรกรถยนต์

ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ อำนรรฆสรเดช รองประธานกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่าขณะนี้ประเทศไทยกำลังเข้าสู่ฤดูหนาว จึงอาจเกิดปัญหาฝุ่นพิษ PM 2.5 กลับมารุนแรงอีกครั้ง ประกอบกับข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศ กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 15 ต.ค. 67 พบว่าหลายพื้นที่มีค่าฝุ่นเกินมาตรฐาน โดยเฉพาะในเขตสาทร และบางพื้นที่เข้าสู่ระดับสีส้ม ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพอย่างชัดเจน ที่สำคัญยังมีแหล่งมลพิษสำคัญที่คนไทยยังไม่ตระหนักคือ ฝุ่นจากยางและเบรกรถยนต์ การข้อมูลผลการวิจัยของ University of California, Riverside ระบุว่า ฝุ่นจากยางและเบรกเป็นแหล่งมลพิษที่ไม่ได้รับการควบคุม และมีสารเคมีอันตรายมากกว่าที่คาดคิด ขณะที่ CNN รายงานว่า ฝุ่นจากยางรถยนต์เป็นไมโครพลาสติกที่แพร่กระจายมากที่สุดในอากาศและน้ำ คิดเป็นร้อยละ 90 ของฝุ่นละอองทั้งหมดจากยานพาหนะ ซึ่งมีส่วนสำคัญในการเพิ่มปัญหาฝุ่น PM 2.5 ที่อันตรายต่อสุขภาพมนุษย์

ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ กล่าวต่อไปว่า ประเทศไทยซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศผู้ผลิตยางและเบรกรถยนต์รายใหญ่ ควรคิดค้นวัสดุใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น หากรัฐบาลขอความร่วมมือจากผู้ผลิตยางให้หันมาใช้ยางจากธรรมชาติมากขึ้น ย่อมจะช่วยเพิ่มความต้องการยางพาราและผลักดันให้ราคายางในประเทศสูงขึ้นได้ นอกจากนี้ การพัฒนายางและเบรกรถยนต์ที่มีคุณภาพสูงและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ยังช่วยเพิ่มศักยภาพในการส่งออกสินค้าไปยังตลาดต่างประเทศ ซึ่งมีแนวโน้มที่จะให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืนและปลอดภัยต่อสุขภาพมากขึ้น

ทั้งนี้ ตนขอฝากถึงรัฐบาล ควรเร่งจัดการปัญหาฝุ่นพิษ PM 2.5 ในช่วงฤดูหนาว เนื่องจากมวลอากาศเย็นและความชื้นที่สูงกว่าปีที่ผ่านมา อาจทำให้ปัญหาฝุ่นพิษรุนแรงขึ้น และส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนอย่างเลี่ยงไม่ได้ และสำหรับในส่วนของรัฐสภา ขณะนี้ กมธ.วิสามัญร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาดฯ กำลังเร่งพิจารณาร่างกฎหมายที่มาจากการเสนอของพรรคการเมืองและภาคประชาชนรวม 7 ฉบับ ให้เกิดความรอบคอบ หวังให้แล้วเสร็จภายในสิ้นปีนี้ เพื่อมอบเป็นของขวัญให้กับประชาชน

ลักขณา เทึยกทอง ข่าว/เรียบเรียง