ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ อำนรรฆสรเดช รองประธานกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่าขณะนี้ประเทศไทยกำลังเข้าสู่ฤดูหนาว จึงอาจเกิดปัญหาฝุ่นพิษ PM 2.5 กลับมารุนแรงอีกครั้ง ประกอบกับข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศ กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 15 ต.ค. 67 พบว่าหลายพื้นที่มีค่าฝุ่นเกินมาตรฐาน โดยเฉพาะในเขตสาทร และบางพื้นที่เข้าสู่ระดับสีส้ม ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพอย่างชัดเจน ที่สำคัญยังมีแหล่งมลพิษสำคัญที่คนไทยยังไม่ตระหนักคือ ฝุ่นจากยางและเบรกรถยนต์ การข้อมูลผลการวิจัยของ University of California, Riverside ระบุว่า ฝุ่นจากยางและเบรกเป็นแหล่งมลพิษที่ไม่ได้รับการควบคุม และมีสารเคมีอันตรายมากกว่าที่คาดคิด ขณะที่ CNN รายงานว่า ฝุ่นจากยางรถยนต์เป็นไมโครพลาสติกที่แพร่กระจายมากที่สุดในอากาศและน้ำ คิดเป็นร้อยละ 90 ของฝุ่นละอองทั้งหมดจากยานพาหนะ ซึ่งมีส่วนสำคัญในการเพิ่มปัญหาฝุ่น PM 2.5 ที่อันตรายต่อสุขภาพมนุษย์
ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ กล่าวต่อไปว่า ประเทศไทยซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศผู้ผลิตยางและเบรกรถยนต์รายใหญ่ ควรคิดค้นวัสดุใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น หากรัฐบาลขอความร่วมมือจากผู้ผลิตยางให้หันมาใช้ยางจากธรรมชาติมากขึ้น ย่อมจะช่วยเพิ่มความต้องการยางพาราและผลักดันให้ราคายางในประเทศสูงขึ้นได้ นอกจากนี้ การพัฒนายางและเบรกรถยนต์ที่มีคุณภาพสูงและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ยังช่วยเพิ่มศักยภาพในการส่งออกสินค้าไปยังตลาดต่างประเทศ ซึ่งมีแนวโน้มที่จะให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืนและปลอดภัยต่อสุขภาพมากขึ้น
ทั้งนี้ ตนขอฝากถึงรัฐบาล ควรเร่งจัดการปัญหาฝุ่นพิษ PM 2.5 ในช่วงฤดูหนาว เนื่องจากมวลอากาศเย็นและความชื้นที่สูงกว่าปีที่ผ่านมา อาจทำให้ปัญหาฝุ่นพิษรุนแรงขึ้น และส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนอย่างเลี่ยงไม่ได้ และสำหรับในส่วนของรัฐสภา ขณะนี้ กมธ.วิสามัญร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาดฯ กำลังเร่งพิจารณาร่างกฎหมายที่มาจากการเสนอของพรรคการเมืองและภาคประชาชนรวม 7 ฉบับ ให้เกิดความรอบคอบ หวังให้แล้วเสร็จภายในสิ้นปีนี้ เพื่อมอบเป็นของขวัญให้กับประชาชน
ลักขณา เทึยกทอง ข่าว/เรียบเรียง
