สส.พปชร. ขอบคุณ สส.รัฐบาล-ค้าน ลงมติรับร่าง พ.ร.บ.ลำใย เป็นเครื่องมือบริหารจัดการผลผลิตให้มีประสิทธิภาพ

ลักขณา เทียกทอง

3 ส.ค. 2567 14:16 น.289 ครั้ง
แชร์LINE
สส.พปชร. ขอบคุณ สส.รัฐบาล-ค้าน ลงมติรับร่าง พ.ร.บ.ลำใย เป็นเครื่องมือบริหารจัดการผลผลิตให้มีประสิทธิภาพ

3 ส.ค. 67 - สส.พปชร. ขอบคุณ สส.รัฐบาล-ค้าน ลงมติรับร่าง พ.ร.บ.ลำใย เป็นเครื่องมือบริหารจัดการผลผลิตให้มีประสิทธิภาพ รักษาระดับราคา ควบคุมปัจจัยตั้งแต่กระบวนการผลิตจนถึงมือผู้บริโภค

นายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ สส.เชียงใหม่ พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ในฐานะผู้เสนอร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ลำไย กล่าวขอบคุณทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องและสภาผู้แทนราษฎร ที่มีมติรับหลักการ (วาระที่ 1) ร่างกฎหมายนี้เมื่อวันพุธที่ 31 สิงหาคม ที่ผ่านมา ทั้งจาก สส. พรรครัฐบาล พรรคฝ่ายค้าน และจากนี้ถือเป็นก้าวแรกที่ยิ่งใหญ่ หลังใช้ความพยายามในการผลักดันมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาราคาลำไยตกต่ำให้กับเกษตรกรผู้ปลูกได้อย่างยั่งยืนและเป็นรูปธรรม สำหรับร่าง พ.ร.บ.ลำไยเป็นเครื่องมือทางยุทธศาสตร์ในการบริหารจัดการผลผลิตทางการเกษตรที่มีประสิทธิภาพอย่างเหมาะสม มีผลต่อผลประโยชน์ด้านการผลิต การลดต้นทุน และการเชื่อมโยงตลาดในระดับประเทศและต่างประเทศ การปฏิรูประบบเกี่ยวกับลำไย การวิจัยและพัฒนา การรักษาเสถียรภาพระดับราคาลำไย การดำเนินธุรกิจและการจัดสรรประโยชน์อย่างเป็นธรรมและยั่งยืน โดยกรรมการบริหารลำไยโดยเฉพาะ ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน จะสามารถบูรณาการขับเคลื่อนลำไยได้อย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง

นายนเรศ กล่าวต่อไปว่า ร่าง พ.ร.บ.ลำไย จะทำให้เกิดการบูรณาการระหว่างกระทรวง กรม ที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดยุทธศาสตร์ การพัฒนาและแก้ปัญหาให้เกษตรกรผู้ปลูกลำไย ที่ซับซ้อนร่วมกันทุกมิติ เพราะลำไยเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเกษตรกรภาคเหนือ สามารถสร้างรายได้ให้เกษตรกรจากการส่งออกผลผลิตไปยังประเทศจีน อินโดนีเซีย อินเดียและประเทศอื่น ๆ กว่า 1.4 ล้านตัน สร้างรายได้ปีละ 23,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ ร่าง พ.ร.บ.ลำไย ฉบับที่ นายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ กับคณะ สส.พรรคพลังประชารัฐ เป็นผู้เสนอนี้ได้รับความเห็นชอบรับหลักการและนำไปพิจารณาร่วมกับร่าง พ.ร.บ.ยุทธศาสตร์ลำไย ฉบับที่ สส.เพื่อไทย ร่วมกันเข้าชื่อเสนอ และยึดเป็นร่างฉบับหลัก รวมทั้งพิจารณาร่วมกับ ร่าง พ.ร.บ.ลำไย ฉบับที่ สส.พรรคก้าวไกล ร่วมเข้าชื่อเสนอ โดยสภาผู้แทนราษฎรมีมติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นพิจารณาร่างกฎหมายจำนวน 31 คน เปิดให้มีการแปรญัตติใน 15 วัน

ลักขณา เทียกทอง ข่าว/เรียบเรียง