นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยนายวิทยา แก้วภราดัย ที่ปรึกษากรรมาธิการฯ แถลงข่าวกรณีมีการจับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในพื้นที่ อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2567 ซึ่งถือเป็นการจับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์รายใหญ่ที่สุดเท่าที่พบในพื้นที่ อ.ฉวาง โดยสามารถจับกุมชาวไทยและชาวต่างชาติที่ร่วมกันกระทำผิด รวมถึงตรวจยึดหลักฐานได้เป็นจำนวนมาก และอาจมีความเชื่อมโยงกับนักการเมืองในพื้นที่และนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ แต่ปัจจุบันคดีดังกล่าวกลับเงียบหายไป และยังไม่สามารถขยายผลจับกุมไปถึงตัวการสำคัญได้ กมธ.จึงขอให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินคดีเพื่อสืบสวนขยายผลอย่างตรงไปตรงมา เอาผิดผู้อยู่เบื้องหลังที่แท้จริงให้ได้ พร้อมย้ำว่า กมธ.จะติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด หากไม่มีความคืบหน้า จะนำกรณีดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุม กมธ.เพื่อติดตามผลการดำเนินคดี โดยจะเชิญบุคคลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมต่อไป
นอกจากนี้ กมธ.ได้พิจารณาเรื่องร้องเรียน กรณีมูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิม ขอให้ตรวจสอบเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าคุกคามญาติผู้สูญเสียจากเหตุการณ์สลายการชุมนุมหน้าสถานีตำรวจภูธรตากใบ เพื่อให้ปากคำและให้ลงนามในเอกสาร รวมถึงเจรจาเรื่องเงินเยียวยาคดีเหตุการณ์ตากใบ ซึ่งอาจไม่ได้รับความเป็นธรรม โดยภายหลังเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าชี้แจง ทราบว่าการเชิญบุคคลมาให้ปากคำดังกล่าวนั้นได้ดำเนินการผ่านผู้นำท้องถิ่นที่ประสานผู้เกี่ยวข้องมาให้ปากคำกับตำรวจ และมีการให้ค่าตอบแทนตามระเบียบ อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานของตำรวจอาจมีการแต่งกายนอกเครื่องแบบ และอาจมีการสื่อสารคลาดเคลื่อน ทำให้ประชาชนเกิดความไม่เข้าใจ ทั้งนี้ ตำรวจจะปรับปรุงวิธีดำเนินการเพื่อให้ประชาชนคลายความกังวลใจ พร้อมยืนยันว่าการดำเนินการของตำรวจเป็นไปตามกฎหมายเพื่อให้ความเป็นธรรมกับผู้เสียหาย
ด้าน กมธ.เห็นว่า เพื่อป้องกันเกิดปัญหา ควรให้เจ้าหน้าที่ตำรวจประสานผ่าน นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ในฐานะทนายความมูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิมในการเชิญผู้เสียหายมาให้ปากคำ เพื่อสร้างความเข้าใจและให้การสื่อสารตรงกัน ป้องกันเกิดความเข้าใจผิดเหมือนเช่นที่ผ่านมา
อรพรรณ ขันทองคำ ข่าว/เรียบเรียง
