สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(สส.) พรรคพลังประชารัฐ นำโดยนายชัยมงคล ไชยรบ สส.สกลนคร ยื่นหนังสือถึงนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ผ่านนายพงศ์พล ยอดเมืองเจริญ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ขอยกเลิกมาตรฐานอุตสาหกรรม(มาตรฐาน มอก.) 2333 การใช้ก๊าซธรรมชาติ(NGV)อัดเป็นเชื้อเพลิงในยานยนต์ หลังเกิดเหตุเพลิงไหม้รถบัสทัศนศึกษา เมื่อวันที่ 1 ต.ค. 67 ที่ผ่านมา เพื่อป้องมิให้เกิดโศกนาฏกรรมกับรถโดยสารที่ใช้ก๊าซ NGV ซ้ำ
นายชัยมงคล กล่าวว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พรรคพลังประชารัฐได้ถอดบทเรียนถึงสาเหตุ เบื้องต้นพบว่าส่วนหนึ่งมาจากการส่งเสริมให้ใช้ก๊าซ NGV ของรัฐบาลในอดีต ซึ่งมีการประชาสัมพันธ์ต่อประชาชนว่าก๊าซ NGV ปลอดภัย ติดไฟยาก ทั้งที่ความจริงหากเกิดประกายไฟ ก็สามารถทำให้ไฟลุกไหม้ได้ และจากการศึกษาถึงระบบป้องกันภัย พบว่าตามมาตรฐานยุโรป ECE R110 และ ISO 15501 กำหนดให้ ถังก๊าซ NGV ต้องมีลิ้นเปิด-ปิดอัตโนมัติ(วาล์วไฟฟ้า) เพื่อควบคุมการรั่วของก๊าซ ท่อก๊าซแตก แต่มาตรฐาน มอก. 2333 กำหนดให้ผู้ติดตั้งสามารถเลือกได้ว่าจะใช้วาล์วไฟฟ้า หรือ ลิ้นเปิด-ปิดด้วยมือก็ได้ ทำให้รถโดยสารสาธารณะส่วนใหญ่เลือกติดตั้งเพียงลิ้นเปิด-ปิดด้วยมือที่ถังก๊าซแต่ละใบ เพราะมีราคาถูกกว่า ทำให้เมื่อเกิดเหตุจึงขาดอุปกรณ์ตัดก๊าซจากหัวถัง เพราะคงไม่มีใครสามารถปิดวาล์วก๊าซจากมือได้เมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้ ดังนั้นวาล์วไฟฟ้าจึงถือเป็นอุปกรณ์สำคัญในการป้องกันเพลิงไหม้ตามมาตรฐานยุโรปและ ISO ซึ่งกรณีรถบัสนักเรียนเพลาหน้าหักจนท่อก๊าซหลุด หากการติดตั้งเป็นไปตามมาตรฐานสากล เชื่อว่าจะไม่เกิดโศกนาฏกรรมขึ้น เพราะวาล์วไฟฟ้าจะตัดการจ่ายเชื้อเพลิงทันที
นายชัยมงคล กล่าวต่อว่า พรรคพลังประชารัฐเห็นว่า การเรียกรถโดยสารเข้ามาตรวจสอบตามระเบียบเดิมที่มีอยู่ จะไม่บรรลุมาตรฐานความปลอดภัยสากลอย่างแน่นอน และการห้ามการมีถังก๊าซ NGV ในห้องโดยสารหรือใต้ท้องรถ ต้องให้เวลาผู้ประกอบการในการแก้ไข แต่หากมีการยกเลิกมาตรฐาน มอก. 2333 พร้อมรณรงค์ให้เร่งติดตั้งลิ้นเปิด-ปิดอัตโนมัติที่ถังก๊าซในรถขนส่งสาธารณะจะช่วยป้องกันปัญหาได้อย่างฉับพลัน นอกจากนี้พรรคพลังประชารัฐตั้งข้อสังเกตว่า ในปี 2547 ที่รัฐบาลได้ผลักดันนโยบายการใช้ก๊าซ NGV ในยานยนต์ โดยรณรงค์ว่า ก๊าซ NGV ปลอดภัยติดไฟยากกว่าเชื้อเพลิงทุกชนิด ซึ่งเป็นสภาพในอุดมคติที่ไม่มีประกายไฟ การรณรงค์เช่นนี้นำไปสู่ความเข้าใจที่ผิดพลาดคลาดเคลื่อนถึงอันตรายของก๊าซ NGV อันเป็นต้นเหตุนำไปสู่มาตรฐาน มอก.2333 ที่หละหลวม จึงควรทำความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ประชาชนอย่างเร่งด่วนที่สุดเพื่อให้ตระหนักถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากก๊าซ NGV
ด้านนายพงศ์พล ยอดเมืองเจริญ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวภายหลังรับหนังสือว่า เบื้องตนมองว่าต้องหาจุดสมดุลที่ผู้ประกอบการต้องไม่ได้รับผลกระทบ ขณะเดียวกันประชาชนผู้โดยสาร และผู้ใช้รถใช้ถนนต้องได้รับความปลอดภัยในการโดยสารด้วย ทั้งนี้ จะนำเรื่องดังกล่าวเข้าหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
อรพรรณ ขันทองคำ ข่าว/เรียบเรียง
