คณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์(ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ((2) ทำโทษบุตร) หรือร่างกฎหมายไม่ตีเด็ก แถลงข่าวถึงความคืบหน้าการพิจารณาร่างกฎหมายว่า คณะกรรมาธิการฯได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ฯ เสร็จสิ้นแล้ว และจัดทำรายงานเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรเรียบร้อยแล้ว โดยเป็นการพิจารณาแก้ไขมาตรา 1567(2) ซึ่งเป็นมาตราเดิมที่กำหนดให้ผู้ใช้อำนาจปกครอง มีสิทธิทำโทษบุตรตามสมควรเพื่อว่ากล่าวสั่งสอน โดยคณะกรรมาธิการฯ ได้พิจารณาเห็นถึงความจำเป็นที่ควรจะต้องสื่อสารสร้างความเข้าใจต่อสังคมและผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ได้รับทราบเกี่ยวกับแนวทางการเลี้ยงดูเชิงบวก อันจะก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อเด็ก โดยที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์บรรพว่าด้วยครอบครัว ประกาศใช้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2478 จนถึงปัจจุบันเป็นเวลา 89 ปี ซึ่งยังไม่ได้มีการแก้ไขให้สอดคล้องกับสภาพบริบทสังคมไทยปัจจุบัน อีกทั้งวิธีการอบรมเลี้ยงดูบุตรมีหลากหลายวิธี ไม่จำเป็นต้องใช้วิธีการลงโทษแต่อย่างใด
คณะกรรมาธิการฯ จึงมองว่าถึงเวลาที่สังคมไทยต้องเปลี่ยนผ่านไปสู่ครอบครัวอบอุ่นปราศจากความรุนแรง ขณะที่ข้อมูลการสำรวจสถานการณ์เด็กและสตรีในประเทศไทยปี พ.ศ. 2565 ขององค์การยูนิเซฟประเทศไทยร่วมกับสำนักงานสถิติแห่งชาติ(สสช.) พบว่า เด็กอายุ 1-14 ปี ร้อยละ 53.8 หรือประมาณกว่า 5 ล้านคน ในประเทศไทยได้รับการอบรมโดยวิธีการรุนแรงส่วนข้อมูลจากบ้านพักเด็กและครอบครัว กรมกิจการเด็กและเยาวชน พบสถิติความรุนแรงในครอบครัว ปี พ.ศ. 2564-2566 มีจำนวน 1,689 ราย โดยเฉลี่ยคิดเป็น 563 รายต่อปี ในระดับสากลมีการรณรงค์เพื่อยุติการใช้ความรุนแรงทางการต่อเด็ก ปัจจุบันมี 67 ประเทศที่มีกฎหมายไม่ใช้ความรุนแรงทางกายต่อเด็ก หากประเทศไทยมีการแก้ไขกฎหมายยุติความรุนแรงต่อเด็ก ไทยจะเป็นประเทศที่ 68 ของโลก และเป็นประเทศที่ 2 ในภูมิภาคอาเซียนมีมีกฎหมายไม่ใช้ความรุนแรงต่อเด็ก
อรพรรณ ขันทองคำ ข่าว/เรียบเรียง
