นางสาวศรีโสภา โกฏคำลือ สส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย (พท.) อภิปรายต่อร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. .... ที่รัฐบาลเป็นผู้เสนอ ว่าตนเห็นด้วยกับร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว เนื่องจากจะช่วยให้กลุ่มชาติพันธุ์เข้าถึงสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน และรับบริการต่าง ๆ จากภาครัฐได้ อาทิ การศึกษา สาธารณสุข และได้รับการเยียวยาเมื่อประสบภัยพิบัติต่าง ๆ ทั้งนี้ที่ผ่านมาพบว่ากลุ่มชาติพันธุ์โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ของตนซึ่งประกอบไปด้วย ชาวปกาเกอะญอ ม้ง และลัวะ อาศัยอยู่ในพื้นที่ห่างไกล เข้าไม่ถึงการรักษาพยาบาลระดับปฐมภูมิ และในช่วงการระบาดของโควิด-19 กลุ่มชาติพันธุ์ไม่สามารถรับรู้ข้อมูลข่าวสาร วิธีการป้องกัน และไม่ได้รับวัคซีนป้องกันอย่างเท่าเทียม ดังนั้นกฎหมายฉบับนี้จะเป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนให้เกิดความคุ้มครอง และส่งเสริมวิถีชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์ให้ดีขึ้นได้
นางสาวศรีโสภา กล่าวด้วยว่าประเทศไทยได้ลงนามในอนุสัญญา และกติการะหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชนหลายฉบับที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มชาติพันธุ์ ประกอบด้วย อนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติในทุกรูปแบบ (Convention on the Elimination of All Forms of Racial Discrimination : CERD) กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม (International Covenant on Economic Social and Cultural Rights : ICESCR) และอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก (Convention on the Rights of the Child : CRC) ดังนั้นมองว่าหากประเทศไทยมี พ.ร.บ.คุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ จะทำให้ไทยบรรลุเป้าหมายตามอนุสัญญาและกติการะหว่างประเทศดังกล่าว รวมทั้งเกิดการขจัดการเลือกปฏิบัติ โดยเฉพาะการกำหนดฐานความผิดทางอาญาแก่การกระทำเหยียดหยาม เกลียดชังต่อกลุ่มชาติพันธุ์ ทำให้กลุ่มชาติพันธุ์มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและทำให้ไทยปฏิบัติสอดคล้องตามหลักสากล
ณัฐเดช เอียดปุ่ม /ข่าว/เรียบเรียง
