นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกกระทรวงกลาโหมฝ่ายการเมือง ให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นทางการเมืองกรณีมีการยื่นยุบพรรคเพื่อไทยจะกระทบต่อการทำงานหรือไม่ โดยระบุว่าตนมองในมุมภาวะเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นของประเทศ ที่ผ่านมาประเทศไทยถูกนานาชาติมองว่าไม่มั่นคง รัฐบาลไม่แข็งแรง ทำให้นักธุรกิจย้ายออกไปประเทศอื่น การจะยุบพรรคหรือไม่ ขึ้นอยู่กับข้อกฎหมาย แต่กรณีพรรคเพื่อไทยหากเกิดการยุบพรรคโดยเงื่อนไขใดๆ ตนในฐานะสมาชิกพรรคไม่ติดขัดในการดำรงชีวิต ยังคงเดินหน้าต่อในการให้ความช่วยเหลือประชาชน แต่ห่วงสถานการณ์ดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประเทศ แม้ไทยจะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้น และมีการคาดหวังว่าต่างชาติจะให้ความเชื่อมั่น แต่หากมีปัจจัยเรื่องการเมืองเข้ามามาก เกรงว่าจะทำให้เกิดปัญหาความเชื่อมั่นเกี่ยวกับการลงทุนได้ เศรษฐกิจของประเทศจะขับเคลื่อนอย่างไร ดังนั้น จึงขอให้ประเทศได้ขับเคลื่อนไป 3-4 ปีก่อน หากทำไม่ดีก็เลือกพรรคอื่น แต่หากรัฐบาลชุดนี้ทำดี ก็ขอให้เลือกพรรคเพื่อไทยในอนาคต
ส่วนมองการยื่นยุบพรรคเพื่อไทยและอีกหลายพรรคเป็นการตัดคู่แข่งหรือไม่ ระบุว่าการยุบพรรคเป็นเรื่องเกินความคาดเดา ทั้งนี้ตนอยากให้บ้านเมืองเดินหน้าไปได้ด้วยภาวะที่แข็งแรง หากไม่จำเป็น ไม่ควรมีการยุบพรรค แม้ว่าการร้องยุบพรรคนั้นเป็นไปตามกฎหมายภายใต้รัฐธรรมนูญ แต่หากผู้ร้องไปร้องด้วยการมีเจตนาอื่น ตนมองว่าเป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวัง
ต่อข้อถามโผคณะรัฐมนตรี ที่ขณะนี้รายชื่อยังไม่นิ่งและยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่านายสุทิน คลังแสง จะหลุดเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม หรือไม่นั้น ตนเป็นเพียงคนตัวเล็กตัวน้อย เกินความคาดเดา ต้องเคารพการตัดสินของนายกรัฐมนตรี อย่างไรก็ตามใครที่มาทำงานให้รัฐบาลเชื่อว่าเป็นคนที่มีความสามารถทั้งสิ้น ในส่วนของนายสุทิน ตนยังเห็นทำงานต่อเนื่องอย่างมีสปิริต และไม่ว่าใครจะเป็นรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมตนก็พร้อมเดินหน้าทำงานต่อไป
อรพรรณ ขันทองคำ ข่าว/เรียบเรียง
