พลเอก เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง พร้อมด้วยคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพลังงาน วุฒิสภา นำโดยนายพรเพิ่ม ทองศรี ประธานกมธ. พร้อมด้วย นายกล้าณรงค์ ยุติธรรม รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี และพลังงานจังหวัดสุราษฎร์ธานี ลงพื้นที่เมื่อวันที่ 23 พฤษาคมที่ผ่านมา เพื่อศึกษาดูงาน และประชุมหารือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับระบบไฟฟ้าแบบโครงข่ายไฟฟ้าขนาดเล็กมาก (MicroGrid) ณ เกาะพะลวย ตำบลอ่างทอง อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยมี นายมงคล ตรีกิจจานนท์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับ
สำหรับเกาะพะลวย มีเนื้อที่ราว 16 ตารางกิโลเมตร มีประชาชนอาศัยอยู่ประมาณ 189 ครัวเรือน และมีหน่วยงานราชการ 4 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนบ้านเกาะพะลวย ไปรษณีย์เกาะพะลวย โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านเกาะพะลวย และอ่างเก็บน้ำเกาะพะลวย ที่ผ่านมา ประชาชนประสบปัญหาไฟฟ้าขาดแคลน ต้องพึ่งพาระบบโซลาร์เซลล์และเครื่องปั่นไฟดีเซลที่มีต้นทุนสูง รวมถึงแบตเตอรี่เก็บไฟจากแผงโซลาร์เซลล์ ซึ่งได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศไม่คงที่ กฟภ. จึงดำเนินการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ขนาด 1,000 กิโลวัตต์ (kW) ระบบกักเก็บพลังงานขนาด 1.935 เมกะวัตต์ -ชั่วโมง (MWh) และระบบกำเนิดไฟฟ้าสำรอง 2 เครื่อง เครื่องละ 300 kW รวม 600 kW เพื่อบริหารจัดการพลังงานให้เหมาะสมตามสภาพอากาศและปริมาณพลังงานสำรอง ปัจจุบันมีผู้ใช้ไฟฟ้า 130 ราย (ข้อมูล ณ วันที่ 15 พฤษภาคม) โดยมีปริมาณโหลดสูงสุดเดือนพฤษภาคม อยู่ที่ 61.60 kW ระบบไฟฟ้าอัจฉริยะแบบ Microgrid ช่วยเสริมความมั่นคงด้านพลังงาน ทำให้ชาวบ้านมีไฟฟ้าใช้อย่างต่อเนื่อง ส่งเสริมการท่องเที่ยว การประกอบอาชีพ และพัฒนาเกาะพะลวยสู่ต้นแบบ เกาะพลังงานสะอาด (Green Island) แห่งแรกของประเทศไทย
ทั้งนี้ จากการประชุมหารือดังกล่าวคณะกมธ. ได้มีข้อเสนอแนะไปยังภาครัฐ เห็นควรให้กำหนดนโยบายและขยายผลโครงการ MicroGrid ไปสู่พื้นที่ห่างไกลและพื้นที่เกาะ โดยนำการดำเนินการของเกาะพะลวยเป็นแนวทางแก้ไขปัญหาในพื้นที่ที่ไม่มีไฟฟ้าใช้อื่น ๆ ต่อไป และส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle: EV) ในพื้นที่เกาะพะลวย เพื่อสนับสนุนการพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และลดผลกระทบจากการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของภาวะโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งสอดคล้องกับแนวนโยบายการพัฒนาเมืองและแหล่งท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน โดยสามารถนำมาประเมินผลเพื่อพัฒนาเป็นคาร์บอนเครดิต ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ ส่งเสริมการลงทุนด้านพลังงานสะอาด และสนับสนุนเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศในระยะยาวต่อไป
ณัฐเดช เอียดปุ่ม ข่าว/เรียบเรียง
สำนักประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ข้อมูล/ภาพ