นายเอกราช อุดมอำนวย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน และคณะ แถลงข่าวภายหลังที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีมติไม่รับหลักการร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ. ) ธรรมนูญศาลทหาร ที่นายเอกราชและคณะ เป็นผู้เสนอ รวมถึงร่างที่นาวาโท กิตติพงษ์ ปิยะวรรณโณ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กับคณะ เป็นผู้เสนอ โดยรับหลักการเฉพาะร่างของคณะรัฐมนตรี
นายเอกราช กล่าวว่าพรรคประชาชนเสนอร่างดังกล่าวด้วยเจตนาปรับปรุงระบบศาลทหารให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล และสร้างหลักประกันด้านสิทธิให้ประชาชน โดยเฉพาะกรณีทหารกระทำความผิดต่อประชาชน รวมถึงการรับรองสิทธิขั้นพื้นฐานของจำเลย เช่น สิทธิในการประกันตัวและสิทธิในการมีทนายความ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า ร่างลักษณะเดียวกันนี้เคยได้รับการรับหลักการในสภาผู้แทนราษฎรชุดก่อน จึงหวังเห็นความต่อเนื่องของการผลักดันการปฏิรูปกองทัพและกระบวนการยุติธรรมทางทหาร
นายเอกราช กล่าวว่า แม้ร่างกฎหมายจะไม่ได้รับความเห็นชอบในครั้งนี้ แต่พรรคยังคงเดินหน้าปรับปรุงเนื้อหาและจะยื่นเข้าสู่การพิจารณาใหม่ในสมัยประชุมหน้า พร้อมยืนยันว่า การปฏิรูปกองทัพและศาลทหารยังเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องผลักดันอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความโปร่งใสและความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม
ด้าน นาวาโท กิตติพงษ์ สส.ที่เสนอร่างกฎหมายดังกล่าวอีกฉบับ กล่าวว่าแม้จะยังไม่สามารถผลักดันร่างกฎหมายได้สำเร็จ แต่พรรคจะเดินหน้าผลักดันต่อไป เพื่อให้ประชาชนและกำลังพลได้รับความเป็นธรรมมากขึ้น รวมทั้งเพิ่มความเป็นอิสระและความโปร่งใสในการดำเนินงานของศาลทหาร
สำหรับร่างพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของคณะรัฐมนตรี ที่สภาผู้แทนราษฎรมีมติรับหลักการนั้น มีสาระสำคัญในการปรับปรุงโครงสร้างศาลทหารให้สอดคล้องกับการยกเลิกจังหวัดทหารบก เปิดโอกาสให้ผู้เสียหายที่ไม่อยู่ในอำนาจศาลทหารสามารถฟ้องคดีอาญาในศาลทหารได้ รวมถึงเปิดให้อุทธรณ์คำพิพากษาของศาลทหารในช่วงประกาศกฎอัยการศึก เพื่อเพิ่มการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมและให้สอดคล้องกับหลักสากล โดยที่ประชุมมีมติรับหลักการด้วยคะแนน 435 เสียง งดออกเสียง 1 เสียง พร้อมตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างกฎหมาย จำนวน 25 คน และกำหนดระยะเวลาแปรญัตติ 15 วัน