21 ส.ค. 68 - สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ชี้ราคาปุ๋ยพุ่งกระสอบละพันกว่าบาท ทำต้นทุนข้าว-พืชเศรษฐกิจราคาสูง เกษตรกรเสี่ยงขาดทุน ขณะที่สส.นครสวรรค์ พรรคเพื่อไทย ระบุข้าวโพด-มันสำปะหลังราคาตกต่ำ ซ้ำเติมปัญหาชาวนา เสนอรัฐรับซื้อผลผลิตส่วนเกิน ควบคุมราคาปัจจัยการผลิต และชะลอนำเข้าสินค้าเกษตรทดแทน

image

            นายอดิพงษ์ ฐิติพิทยา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดบุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงปัญหาสำคัญที่กระทบโดยตรงต่อเกษตรกรว่า ขณะนี้ราคาปุ๋ยเคมีปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและอยู่ในระดับที่แพงเกินควร ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตข้าวและพืชเศรษฐกิจหลักของประเทศสูงขึ้นตามไปด้วย โดยราคาปุ๋ยยูเรีย 46-0-0 ปัจจุบันอยู่ที่กระสอบละ 900-1,000 บาท ปุ๋ยสูตร 16-20-0 กระสอบละประมาณ 1,200 บาท ขณะที่ปุ๋ย 15-15-15 บางพื้นที่สูงถึง 1,300-1,500 บาท และปุ๋ย 13-13-21 ราคาเกิน 1,600 บาทต่อกระสอบ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ปุ๋ยมีราคาอยู่ที่เพียง 600-800 บาทต่อกระสอบเท่านั้น แม้มาตรการของรัฐบาลช่วยลดราคาค่าปุ๋ยลงได้กระสอบละ 50 บาท แต่ยังไม่เพียงพอเมื่อเทียบกับราคาที่พุ่งขึ้นไปเป็นหลักพันบาทต่อกระสอบ เกษตรกรต้องแบกรับต้นทุนสูงขึ้นอย่างหนัก เช่น การทำนาข้าว 20 ไร่ ต้องเสียค่าปุ๋ยเกือบ 20,000-30,000 บาทต่อรอบการผลิต เมื่อรวมกับราคาข้าวที่ตกต่ำ ทำให้เกษตรกรแทบไม่เหลือกำไรหรือบางรายถึงขั้นขาดทุน หากรัฐบาลยังไม่มีมาตรการแก้ไขที่จริงจัง ย่อมจะนำไปสู่ปัญหาหนี้สินของเกษตรกรในอนาคต จึงขอให้กระทรวงพาณิชย์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งหามาตรการช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนโดยด่วน

           ด้านนายทรงศักดิ์ ส่งเสริมอุดมชัย สส.นครสวรรค์ พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดว่า เมื่อวันที่ 18 สิงหาคมที่ผ่านมา ได้รับเรื่องร้องเรียนจากเกษตรกรหลายรายว่าราคาข้าวโพดตกต่ำอย่างมาก เช่นเดียวกับราคาข้าวและมันสำปะหลังที่ประสบปัญหาเช่นเดียวกัน ทั้งนี้มองว่านโยบายของกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ดำเนินอยู่ในปัจจุบันยังไม่เพียงพอในการดูแลเกษตรกรอย่างทั่วถึง จึงขอเสนอให้ภาครัฐมีมาตรการเพิ่มเติม เช่น การออกมาตรการรับซื้อผลผลิตส่วนเกินที่ตลาดไม่สามารถรองรับได้ ทั้งข้าว ข้าวโพด และมันสำปะหลังในช่วงต้นฤดูเก็บเกี่ยว รวมถึงควรกำหนดราคาชี้นำตลาดเพื่อสร้างความเชื่อมั่น อาทิ ข้าวเจ้าราคา 10,000 บาทต่อตัน ความชื้น 25% ข้าวโพดราคา 7.10 บาทต่อกิโลกรัม ความชื้น 30% และมันสำปะหลัง 3 บาทต่อกิโลกรัม เชื้อแป้ง 30% นอกจากนี้ ควรชะลอการนำเข้าวัตถุดิบทดแทน เช่น ข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ หรือสินค้าเกษตรอื่น ๆ ที่กระทบโดยตรงต่อราคาข้าวโพดและข้าวเปลือกของเกษตรกรไทย โดยเฉพาะในช่วงฤดูเก็บเกี่ยวซึ่งเกษตรกรมักประสบปัญหาราคาตกต่ำทุกปี ขณะเดียวกันยังต้องเร่งควบคุมราคาปัจจัยการผลิต อาทิ ปุ๋ย และยาฆ่าแมลง ที่ถือเป็นสินค้าควบคุม แต่กลับมีราคาสูงขึ้นต่อเนื่องแม้ค่าเงินบาทแข็งค่า ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่สมเหตุสมผลและสร้างภาระต้นทุนโดยตรงให้เกษตรกร

          นายทรงศักดิ์ ยังกล่าวขอบคุณรัฐบาลที่ออกมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรไร่ละ 1,000 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 10 ไร่ ครอบคลุมทั้งนาปีและนาปรัง ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรได้บ้าง แต่ยืนยันว่าหากไม่มีมาตรการเสริมและการแก้ไขที่ตรงจุดมากกว่านี้ ปัญหาราคาพืชผลตกต่ำและต้นทุนที่สูงขึ้นจะยังคงสร้างความทุกข์ยากให้เกษตรกรอย่างต่อเนื่อง

 

ณัฐเดช เอียดปุ่ม /ข่าว /เรียบเรียง

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ