นางสาวสรัสนันท์ อรรณนพพร ประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎร และคณะ เดินทางเข้าเยี่ยมคารวะ นายโรเบิร์ต เอฟ. โกเดค เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย เพื่อสื่อสารในฐานะตัวแทนของรัฐสภาและคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ กับมิตรประเทศ เกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา
นางสาวสรัสนันท์ ย้ำถึงแนวทางของฝ่ายไทยที่ได้พยายามใช้การพูดคุยผ่านกลไกทวิภาคี แต่ไม่ได้รับความร่วมมือจากฝ่ายกัมพูชา จนสถานการณ์ทวีความรุนแรงอย่างรวดเร็วจนเกิดการปะทะทำให้เกิดความสูญเสียโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับพลเรือนผู้บริสุทธิ์ ทั้งเด็ก ผู้สูงอายุ และมีประชาชนจำนวนมากต้องอพยพจากบ้านเรือน ตนในฐานะผู้แทนราษฎรรู้สึกยินดีที่ประธานอาเซียนเข้ามาช่วยให้เกิดการพูดคุย และขอขอบคุณสหรัฐอเมริกาที่มีบทบาทในเรื่องดังกล่าว นอกจากนี้ยังได้กล่าวถึงปัญหาศูนย์หลอกลวง (Scam Center) ในกัมพูชา ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้คนทั่วโลก ถือเป็นความท้าทายของประชาคมโลกที่จะต้องร่วมมือกันแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยรัฐบาลไทยมีความมุ่งมั่นและจริงจังในการขจัดปัญหานี้
นางสาวสรัสนันท์ ยังได้กล่าวถึงท่าทีของฝ่ายกัมพูชา ที่พยายามแสดงความใกล้ชิดกับสหรัฐฯ เพิ่มมากขึ้นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางการทหาร อีกทั้ง ยังได้แสดงถึงความกังวลต่อนโยบายภาษีต่างตอบแทนของสหรัฐฯ ที่ส่งผลกระทบต่อทุกประเทศทั่วโลก
ด้านทางสหรัฐอเมริกาได้แสดงความขอบคุณที่คณะกรรมาธิการฯ เข้าพบในครั้งนี้ พร้อมเน้นย้ำถึงความสัมพันธ์อันดีของทั้งสองประเทศที่มีมาอย่างยาวนานกว่า 190 ปี และยินดีที่เห็นอาเซียนได้เข้ามามีบทบาทในการแก้ไขปัญหาอย่างสันติ ตลอดจนจัดตั้งกลไกติดตามตรวจสอบ โดยสหรัฐฯจะช่วยเหลือทุกวิถีทางเพื่อให้เกิดสันติภาพในภูมิภาคและยินดีที่จะร่วมมือกับไทยในการแก้ไขปัญหา scam center และจะได้ส่งข้อห่วงกังวลของคณะกรรมาธิการฯ ในประเด็นต่างๆ ไปยังรัฐบาลสหรัฐฯเป็นการต่อไป
นอกจากนี้ คณะกรรมาธิการการต่างประเทศ ได้เดินทางเข้าเยี่ยมคารวะ นายโอตากะ มาซาโตะ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย โดยนางสาวสรัสนันท์ แสดงความห่วงใยถึงประชาชนชาวญี่ปุ่นที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นในญี่ปุ่น พร้อมกล่าวถึงเหตุการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยยืนยันถึงจุดยืนของไทยที่ต้องการแก้ไขปัญหาต่างๆ ผ่านการเจรจาด้วยกลไกทวิภาคีต่างๆ ที่มีอยู่ แต่ไม่ได้รับความร่วมมือจากฝ่ายกัมพูชา มีการใช้ทุ่นระเบิดทำให้ทหารไทยได้รับบาดเจ็บ ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนอนุสัญญาออตตาวา และได้เริ่มโจมตีฝ่ายไทยเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2568 ส่งผลให้ประชาชนผู้บริสุทธิ์เสียชีวิต และได้รับผลกระทบต้องอพยพหนีภัยเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ รัฐบาลกัมพูชาได้ทำสงครามข่าวสารในทุกระดับ สร้างความเกลียดชังประเทศไทยในหมู่ประชาชนกัมพูชา เป็นการกระทำที่ควรถูกประนาม ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการฯ ขอให้นานาชาติร่วมกันจับตาให้ฝ่ายกัมพูชาปฏิบัติตามข้อตกลงระหว่างประเทศที่มีอยู่ร่วมกันด้วย
ด้านฝ่ายญี่ปุ่นได้แสดงความขอบคุณคณะกรรมาธิการฯ ที่เข้าพบและพูดคุยด้วยความจริงใจ ตรงไปตรงมา พร้อมทั้งแสดงความยินดีที่จะสนับสนุนให้เกิดการพูดคุยของทั้งสองประเทศ เพื่อให้เกิดสันติสุขในภูมิภาคต่อไป
สำนักประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ข้อมูล/ภาพ