นายชูชีพ เอื้อการณ์ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) กล่าวถึงสถานการณ์วิกฤตพลังงานว่า เป็นปัญหาระดับโลกที่ทุกประเทศได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะด้านน้ำมัน ซึ่งเป็นพลังงานหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ขณะที่ประเทศไทยยังคงพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันมากกว่าร้อยละ 90 และต้องผ่านเส้นทางสำคัญอย่างช่องแคบฮอร์มุซกว่า 59% ทั้งนี้ แม้ประชาชนจะเข้าใจสถานการณ์โลก แต่สิ่งที่ต้องการคือการบริหารจัดการของรัฐบาลอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และเป็นธรรม เพื่อลดผลกระทบต่อค่าครองชีพ
นายชูชีพ ตั้งข้อสังเกตว่า ในช่วงที่เกิดวิกฤตน้ำมันขาดตลาด แต่เมื่อราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น กลับพบว่าน้ำมันมีจำหน่ายเพียงพอในสถานีบริการ สะท้อนความเป็นไปได้ของการกักตุนเพื่อรอขายในราคาที่สูงขึ้น จึงเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งตรวจสอบและดำเนินการกับผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างจริงจัง พร้อมเตือนว่า หากไม่เร่งแก้ไข อาจส่งผลให้เกิดภาวะเงินเฟ้อควบคู่กับภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว โดยเฉพาะภาคการเกษตรที่จะได้รับผลกระทบเป็นอันดับแรก จากต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น
สำหรับแนวทางแก้ไข นายชูชีพ เสนอว่า ระยะสั้น ควรอุดหนุนราคาน้ำมันดีเซลเฉพาะกลุ่ม เช่น เกษตรกร ระยะกลาง ควรตรวจสอบโครงสร้างราคาพลังงาน ลดค่าการกลั่น และทบทวนภาษีสรรพสามิต ระยะยาว ควรส่งเสริมพลังงานทางเลือก เพื่อลดการพึ่งพาน้ำมันจากต่างประเทศ ทั้งนี้ ย้ำว่าประชาชนไม่ได้ต้องการน้ำมันราคาถูกที่สุด แต่ต้องการ ความเป็นธรรมในโครงสร้างราคาพลังงาน ที่ไม่เอื้อประโยชน์ต่อกลุ่มทุน และไม่ผลักภาระให้ประชาชนเพียงฝ่ายเดียว
คริส พุทธชาติ ข่าว/เรียบเรียง