5 ส.ค. 68 - กมธ.แรงงาน วุฒิสภา รับหนังสือจากแรงงานเมียนมา คัดค้านเอกสาร Certificate of Identity(CI) ยืนยันตัวตน เหตุสร้างภาระค่าใช้จ่ายซ้ำซ้อน พร้อมเสนอให้รับรองบัตรชมพู เป็นหลักฐานหลัก ลดภาระ เอื้อความสะดวกแรงงานต่างชาติทำงานในไทย

image

            นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย กรรมาธิการ(กมธ.)การแรงงาน วุฒิสภา รับหนังสือจากนายวีระ แสงทอง ตัวแทนแรงงานชาวเมียนมา กลุ่ม Bright Future ขอคัดค้านการใช้เอกสาร Certificate of Identity (CI) ในการยืนยันตัวตนแรงงานเมียนมาในประเทศไทย โดยเสนอให้รัฐบาลไทยรับรองบัตรชมพูหรือบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทยที่ออกโดยกรมการปกครอง เป็นเอกสารหลักเพียงอย่างเดียว
            นายวีระ กล่าวว่า บัตรชมพู หรือบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย เป็นบัตรที่กรมการปกครองออกให้เป็นบัตรประจำตัวของแรงงานข้ามชาติที่มีนายจ้าง รวมถึงคนที่ไม่มีสัญชาติไทยเพื่อให้ได้รับอนุญาตเข้ามาอยู่ในประเทศไทยเป็นการชั่วคราว ตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง ในขณะที่ เล่มเขียว หรือหนังสือรับรองสถานะบุคคล ที่เรียกสั้นๆ ว่า CI เป็นเอกสารอีกประเภทหนึ่งที่ต้องขอจากทางการเมียนมาเพื่อการเดินทางไป-กลับระหว่างเมียนมาและไทย อย่างไรก็ตาม ด้วยสถานการณ์ภายในประเทศที่มีภาวะสงครามในเมียนมา ทำให้ไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถทำเอกสาร CI กับเมียนมาได้อย่างง่าย  เอกสาร CI ซึ่งต้องขอจากทางการเมียนมานั้น มีกระบวนการที่ล่าช้าและซับซ้อน อีกทั้งยังถูกใช้เป็นเครื่องมือในการรีดไถเงินแรงงาน โดยบังคับให้โอนรายได้กลับเมียนมา 25% ต่อเดือน เป็นมาตรการคู่ขนานกับการเก็บภาษีทั้งทางตรงและทางอ้อมของไทย นอกจากนี้ยังมีค่าธรรมเนียมเอกสารต่างๆ การต้องส่งเงินสมทบกองทุนประกันสังคม จึงเป็นผลให้แรงงานเมียนมาในไทยต้องเสียรายได้จำนวนมากให้กับมาตรการรัฐทั้งของประเทศไทยและเมียนมาพร้อมกัน เป็นความซ้ำซ้อน  ตนในฐานะตัวแทนแรงงานเมียนมาในไทยจึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลไทยรับรองการใช้ บัตรชมพู ของกระทรวงมหาดไทยเป็นเอกสารหลักชิ้นเดียวสำหรับการรับรองแรงงานเมียนมาในไทยโดยไม่ต้องผ่านกระบวนการรับรองตัวตนอื่น เพื่อลดภาระทางเอกสารและค่าใช้จ่ายให้กับแรงงานเมียนมาและนายจ้าง และขอให้รัฐบาลพิจารณายุติการใช้เอกสารเล่มเขียว CI ซึ่งเป็นกลไกของทางการเมียนมาในการเก็บภาษีพิเศษจากแรงงานเมียนมาในไทย เนื่องจากซ้ำซ้อนกับการเก็บภาษีของไทย พร้อมย้ำว่าตนและกลุ่ม Bright Future ขอเป็นแรงงานที่ทำงานในไทยช่วยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและจะขอเสียภาษีให้ไทยทางเดียว
            ด้านนายเทวฤทธิ์ กล่าวภายหลังรับหนังสือว่า จะนำข้อเรียกร้องดังกล่าวเข้าสู่คณะกรรมาธิกาฯ เพื่อพิจารณาต่อไป ภายใต้ภารกิจของกรรมาธิการฯ ในการปกป้องคุ้มครองแรงงาน ดูแลสิทธิและสวัสดิการแรงงาน ซึ่งไม่จำกัดเฉพาะสัญชาติไทยเท่านั้น แต่ยังรวมถึงแรงงานสัญชาติอื่นที่มาสร้างมูลค่าในประเทศไทยด้วย

อรพรรณ ขันทองคำ ข่าว/เรียบเรียง

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ