นางสาวชนกนันท์ ศุภศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดแพร่ พรรคภูมิใจไทย ให้ความเห็นต่อมาตรการและการบริหารจัดการแก้ไขปัญหาไฟป่า และฝุ่นละออง PM2.5 อย่างเป็นระบบและยั่งยืนว่า ปัจจุบันปัญหาฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่จังหวัดแพร่ กำลังเผชิญอยู่ในขั้นวิกฤต เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นทุกปี และรุนแรงมากขึ้น ซึ่งวัดได้ไม่ต่ำกว่า 170 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ถือว่าอยู่ในระดับ "มีผลกระทบต่อสุขภาพรุนแรง" (สีแดง) เกินมาตรฐานที่กำหนด (37.5 - 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร) อย่างมาก ในทุกวัน อย่างไรก็ตาม จังหวัดแพร่เคยมีค่าฝุ่นขึ้นสู่อันดับหนึ่งของประเทศไทย เมื่อปี 2567 ส่งผลกระทบต่อเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ ที่ป่วยเพิ่มขึ้น ค่าใช้จ่ายสุขภาพสูงขึ้น อีกทั้งกระทบเศรษฐกิจโดยเฉพาะการท่องเที่ยวและแรงงาน
นางสาวชนกนันท์ ได้กล่าวชื่นชมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องที่เสียสละทำงานอย่างหนัก ไม่ว่าจะเจอทั้งควันไฟ ความร้อน ความเสี่ยง แต่ต้องเอาชีวิตเข้าไปดับไฟ สำหรับจังหวัดแพร่ มีพื้นที่ป่ามากกว่า 2.6 ล้านไร่ หรือ 65% ของจังหวัด และด้วยภูมิประเทศเป็นแอ่งกระทะ เมื่อเกิดไฟป่า ควันไฟก็จะถูกกักในพื้นที่ทั้งจังหวัด ซึ่งต้นเหตุมาจากการเผาด้วยฝีมือมนุษย์ ปัจจัยหลัก คือ การเผาในที่โล่ง ทั้งเผาขยะ เผาหน้าดินเพื่อการเกษตร แม้ว่าจะมีการประกาศให้งดเผาแล้วก็ตาม แต่ยังมีกลุ่มที่ลักลอบเผาอยู่ เช่น การเผาเพื่อหาของป่าจนทำให้เกิดไฟไหม้ลามในพื้นที่ รวมไปถึงการเผาที่เกิดจากความคึกคะนอง ส่วนการเกษตร เกษตรกรบางรายไม่ได้อยากเผา แต่ไม่มีทางเลือกที่ดีกว่านี้ เพราะไม่มีเครื่องจักร ไม่มีเครื่องมือจัดการ ซึ่งการเผาเป็นวิธีที่เร็ว และประหยัดต้นทุนมากที่สุด จึงอยากขอให้รัฐเร่งสนับสนุนเครื่องจักรและเครื่องมือจัดการเศษวัสดุทางการเกษตรในทุกพื้นที่อย่างทั่วถึง
นางสาวชนกนันท์ ระบุว่า ช่วงที่ผ่านมา กรมการข้าวได้สนับสนุนเครื่องย่อยกำจัดตอซังข้าวแล้วในบางพื้นที่ และขอให้รัฐสนับสนุนการผลิตไฟฟ้าจากชีวมวล โดยเปลี่ยนจากซังข้าวโพดที่เผากันในปัจจุบันให้มีค่า เพื่อลดการเผาและมีรายได้เพิ่มขึ้น การสนับสนุนการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ช่วยลด PM2.5 ได้โดยตรง จากการเปลี่ยนเศษวัสดุทางการเกษตรให้เป็นปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยอินทรีย์ แทนการเผาทำลาย เพื่อสร้างสังคมเกษตรปลอดการเผาอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ ขอให้บูรณาการการทำงานในระดับภูมิภาคเพื่อรับมือกับมลพิษข้ามแดนอย่างจริงจัง พร้อมทั้งเร่งการเจรจาและหาข้อตกลงระหว่างประเทศ เรื่องปัญหาหมอกควันข้ามแดนโดยเร็วที่สุด
นอกจากนี้ ต้องสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ โดยให้ความเป็นธรรมกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง แม้ว่าจะทำงานหนักแต่ก็ยังถูกตำหนิอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งเชื่อว่าทุกคนทำเต็มที่ แต่ปัญหาส่วนใหญ่คือเจ้าหน้าที่มักจะไปถึงตอนที่ไฟลุกไหม้ไปแล้ว จึงอยากจะของบประมาณเพื่อเพิ่มทีมเฝ้าระวังและรับมือได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น อีกทั้งขอสนับสนุนอุปกรณ์ไฟป่าที่ทันสมัยเพื่อพัฒนาเครื่องมือในการแจ้งเตือนบริเวณที่มีไฟป่า พร้อมขอให้จัดทำประกันอุบัติเหตและประกันชีวิตให้กับเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครทุกคนที่ปฏิบัติหน้าที่บนความเสี่ยง
นางสาวชนกนันท์ ฝากไปยังกระทรวงคมนาคมให้พิจารณาพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะในจังหวัดแพร่ตามแนวคิด “เศรษฐกิจสีเขียวพลัส” โดยการส่งเสริมให้ใช้ รถเมล์ไฟฟ้า (EV) เพื่อลดมลภาวะ เพื่อเร่งคืนอากาศบริสุทธิ์ให้กับประชาชนโดยเร็วที่สุด
ทัดดาว ทองอิ่ม ข่าว / เรียบเรียง