นายนิกร จำนง อดีตเลขานุการคณะกรรมาธิการร่วมเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ ฉบับที่ .. (พ.ศ. ....) แถลงถึงแนวทางการดำเนินการเกี่ยวกับร่างกฎหมายประชามติและการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ โดยกล่าวว่า หลังจากที่ร่างกฎหมายประชามติได้ผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2567 แต่ถูกยับยั้งไว้ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 137 (3) และจะครบกำหนดระยะเวลา 180 วันในวันที่ 15 มิถุนายน 2568 ซึ่งช่วงเวลานั้นยังไม่ตรงกับการเปิดสมัยประชุม ทำให้ไม่สามารถดำเนินการได้ทันที อย่างไรก็ตาม สภาผู้แทนราษฎร จะเปิดสมัยประชุมอีกครั้งในวันที่ 3 กรกฎาคม 2568 ซึ่งควรถือเป็นโอกาสแรกในการพิจารณาและลงมติยืนยันร่างกฎหมายประชามติ หากเสียงข้างมากของสภาฯ เห็นชอบร่างกฎหมายจะสามารถนำขึ้นทูลเกล้าฯ ภายใน 20 วัน และคาดว่าจะมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาได้ราวเดือนกันยายนถึงตุลาคม 2568 ขณะเดียวกัน สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ควรเร่งจัดทำกฎหมายลำดับรอง อาทิ ระเบียบ ข้อบังคับ เพื่อรองรับการบังคับใช้ของกฎหมายประชามติ ซึ่งต้องทำคู่ขนานไปพร้อมกัน หากไม่ดำเนินการล่วงหน้า อาจทำให้ขั้นตอนล่าช้า
ส่วนประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ขณะนี้มีร่างของพรรคประชาชนและพรรคเพื่อไทยเสนออยู่ แต่ยังไม่สามารถพิจารณาได้ เนื่องจากรอผลวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญว่าต้องทำประชามติ 2 หรือ 3 ครั้งก่อนการแก้ไข ซึ่งจะมีผลต่อแนวทางดำเนินการในอนาคต ทั้งนี้ หากศาลรัฐธรรมนูญชี้ว่าสามารถทำประชามติ 2 ครั้ง การดำเนินการอาจทำได้ทันในรัฐบาลชุดปัจจุบัน แต่หากศาลตัดสินว่าต้องทำประชามติก่อนเสนอร่าง ตนจึงมีข้อเสนอว่า ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องอาจพิจารณาร่วมกันว่าควรจะถอนร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมที่ค้างอยู่ในระเบียบวาระการประชุมร่วมกันของรัฐสภาออกก่อน หรือไม่ จากนั้นให้พรรคร่วมรัฐบาลจัดทำร่างใหม่เสนอในนามคณะรัฐมนตรี ซึ่งจะมีความเป็นไปได้สูงที่จะผ่านการพิจารณาของรัฐสภาในสมัยประชุมนี้ หากทันตามกรอบเวลา คาดว่าจะสามารถจัดประชามติครั้งแรกได้ภายในสิ้นปี 2568 และเดินหน้าจัดตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) พร้อมจัดทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ครั้งที่ 2 ก่อน ที่สภาผู้แทนราษฎรชุดที่ 26 จะครบวาระ 4 ปีในวันที่ 13 พฤษภาคม 2570 แต่หากยังพิจารณาร่างเดิมและไม่ผ่าน อาจล่าช้าไปอย่างน้อย 8 เดือน อย่างไรก็ตาม หากไม่สามารถดำเนินการตามกรอบเวลานี้ได้ จะต้องเริ่มกระบวนการใหม่ทั้งหมดหลังการเลือกตั้ง ซึ่งจะทำให้เสียเวลาและโอกาสในการแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างมาก พร้อมย้ำให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องร่วมมือกันอย่างเร่งด่วนและจริงจัง
อรุณี ตันศักดิ์ดา ข่าว/เรียบเรียง