9 มี.ค.68-กมธ.การสาธารณสุข วุฒิสภา ติดตามสถานการณ์และปัญหาการบริโภคผลิตภัณฑ์บุหรี่ไฟฟ้า แนะสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เร่งกวาดล้างบุหรี่ไฟฟ้า และกรมสรรพสามิตควรมีแผนการจัดเก็บภาษีสินค้าที่เป็นส่วนผสมในน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าตามขนาดและปริมาณ กรณีที่มีการอนุญาตให้มีการนำเข้าและจำหน่ายในราชอาณาจักรอย่างถูกกฎหมาย

image

        นายแพทย์ประพนธ์  ตั้งศรีเกียรติกุล ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การสาธารณสุข วุฒิสภา เป็นประธานการประชุม กมธ. โดยมีวาระพิจารณาศึกษาเกี่ยวกับสถานการณ์และปัญหาการบริโภคผลิตภัณฑ์บุหรี่ไฟฟ้า โดยเชิญผู้แทนจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และผู้แทนอธิบดีกรมสรรพสามิต เข้าร่วมประชุม โดยพบว่า ปัญหาการบริโภคบุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มเด็กและเยาวชน เป็นปัญหาที่รัฐบาลให้ความสำคัญ โดยนางสาวแพทองธาร  ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้มีข้อสั่งการต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้าภายใน 30 วัน โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ดำเนินมาตรการปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้า 4 มาตรการ ได้แก่ การทำให้สถานศึกษาเป็นเขตปลอดบุหรี่ไฟฟ้า การกำหนดให้ทุกหน่วยงานต้องมีผลการจับกุมเป็นรูปธรรม การตัดวงจรผู้ค้ารายใหญ่ และปราบปรามช่องทางออนไลน์ การเร่งประชาสัมพันธ์เชิงรุกแก่ชุมชน และสถานศึกษา ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีการเร่งรัดและระดมกำลังในการปราบปราม และกวาดล้างบุหรี่ไฟฟ้าและแก๊สหัวเราะ แต่เนื่องจากปัจจุบันยังไม่มีกฎหมายบังคับใช้เป็นการเฉพาะจึงต้องบูรณาการร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามหน้าที่และอำนาจของตน และดำเนินการเชิงรุกผ่านกิจกรรมชุมชนสัมพันธ์ อาทิ กิจกรรมครูตำรวจ D.A.R.E. ในสถานศึกษาเพื่อรณรงค์สร้างความตระหนักรู้ถึงอันตรายและโทษจากบุหรี่ไฟฟ้า การประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางต่าง ๆ ทั้งช่องทางออนไลน์ และสื่อประชาสัมพันธ์ทั่วไป

        นายแพทย์ประพนธ์ กล่าวถึงการจัดเก็บภาษีจากผลิตภัณฑ์บุหรี่ไฟฟ้าว่า กรมสรรพสามิต ได้จัดเก็บภาษีจากผลิตภัณฑ์ยาสูบตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ยาสูบตาม พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต พ.ศ.2560 ซึ่งกำหนดนิยามของยาสูบ ครอบคลุม บุหรี่ซิกาแรต บุหรี่ซิการ์ บุหรี่อื่น ยาเส้น ยาเส้นปรุง ยาเคี้ยว รวมถึงผลิตภัณฑ์อื่นใดที่บริโภคได้เช่นเดียวกับยาสูบตามที่กำหนดในกฎกระทรวง อย่างไรก็ตาม นิยามดังกล่าวยังไม่มีการกำหนดให้ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ยาสูบชนิดใหม่ ได้แก่ บุหรี่ไฟฟ้า (E-cigarette) และผลิตภัณฑ์ยาสูบที่ใช้ความร้อนที่ไม่มีการเผาไหม้ (HTP) กรมสรรพสามิตจึงยังไม่สามารถบังคับใช้กฎหมายเพื่อจัดเก็บภาษีควบคุม หรือปราบปรามผลิตภัณฑ์บุหรี่ไฟฟ้าได้

        ประธานคณะ กมธ.สาธารณสุข กล่าวด้วยว่า ที่ประชุม กมธ. มีข้อเสนอแนะถึงกรมสรรพสามิตควรมีแผนการจัดเก็บภาษีสินค้าที่เป็นส่วนผสมในน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าตามขนาดและปริมาณ กรณีที่มีการอนุญาตให้มีการนำเข้าและจำหน่ายในราชอาณาจักรอย่างถูกกฎหมาย และควรจัดทำข้อมูลเชิงวิชาการจากมาตรการเชิงรุกในการตรวจยึด และจับกุมผลิตภัณฑ์บุหรี่ไฟฟ้าเพื่อจัดทำเป็นรายงานการวิจัยและเสนอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการกำหนดมาตรการควบคุมในประเทศ ทั้งนี้ ที่ประชุม กมธ. จะนำข้อเสนอแนะจากการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปเสนอต่อกระทรวงสาธารณสุขในวันพุธที่ 26 มี.ค.68 ต่อไป

ณัฐพล  สงวนทรัพย์  ข่าว/เรียบเรียง
คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา  ข้อมูล/ภาพ

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ