นายพิพิธ รัตนรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรครวมไทยสร้างชาติ ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การแรงงาน สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยนายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช ที่ปรึกษา กมธ. การแรงงาน สภาผู้แทนราษฎร และในฐานะอนุ กมธ.ตรวจสอบและติดตามปัญหาแรงงานต่างด้าวและการบริหารจัดการกองทุนประกันสังคม ร่วมกันแถลงข่าวถึงผลกระทบของกองทุนประกันสังคม ที่ได้รับความเสียหายจากการลงทุนในหุ้นของ บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือหุ้น EA ว่า ตามที่มีประชาชน จ.สุราษฎรธานี ร้องเรียนว่าเหตุใดผู้ประกันตนได้รับเงินบำเหน็จชราภาพจำนวนน้อยกว่าที่ควรจะเป็น ซึ่งจากการติดตามขอบคณะอนุ กมธ. พบว่า กองทุนประกันสังคม ได้นำเงินของผู้ประกันตนไปลงทุนในหุ้นของบริษัท EA ที่ขณะนี้ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษผู้บริหารของบริษัท EA เนื่องจากมีการทุจริตตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) หลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 ประกอบมาตรา 83 และมาตรา 86 ประมวลกฎหมายอาญา อีกทั้งยังพบด้วยว่า
ผู้ชนะการประมูลงานระบบต่ออายุใบอนุญาตทำงานคนต่างด้าว ของกรมการจัดหางาน วงเงินกว่า 7,800 ล้านบาท นั้น มีบุคคลที่มีนามสกุลเกี่ยวข้องกับผู้บริหารบริษัท EA ที่มีปัญหาการทุจริตด้วย ขณะที่ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ไม่ได้มีการลงทุนในหุ้นของบริษัท EA ดังกล่าว
นายสามารถ อนุ กมธ.ตรวจสอบและติดตามปัญหาแรงงานต่างด้าวและการบริหารจัดการกองทุนประกันสังคม กล่าวเพิ่มเติมว่า อนุ กมธ. ได้ขอเอกสารจาก กองทุนประกันสังคม เพื่อที่จะตรวจสอบว่ามีการนำเงินของผู้ประกันตนไปลงทุนอย่างถูกต้องตามวัตถุประสงค์และได้ผลตอบแทนที่มั่นคงหรือไม่ แต่ทางกองทุนประกันสังคม อ้างว่าไม่สามารถให้ข้อมูลได้เพราะติดข้อกฎหมาย ดังนั้น อนุ กมธ. มีข้อสังเกตว่า เงินกองทุนประกันสังคม มีที่มาจากการจ่ายเงินสมทบของผู้ใช้แรงงานกว่า 25 ล้านคน รวมถึงเงินสมทบจากภาครัฐด้วย ซึ่งเป็นเงินที่มาจากภาษีของประชาชน ตนจึงขอฝากให้สำนักงานประกันสังคม และกรมการจัดหางาน เร่งส่งเอกสาร และมาชี้แจงต่ออนุ กมธ. ด้วย
ณัฐพล สงวนทรัพย์ ข่าว/เรียบเรียง