13 ก.ค.66 - คณะผู้แทนรัฐสภาไทยเข้าร่วมการประชุม AIPA Caucus ครั้งที่ 14 พร้อมชี้แจงการปฏิบัติตามข้อมติการประชุมใหญ่สมัชชารัฐสภาอาเซียน ทั้งการส่งเสริมดุลยภาพทางยุทธศาสตร์ในสถาปัตยกรรมภูมิภาคที่มีอาเซียนเป็นศูนย์กลาง การขับเคลื่อนโมเดลเศรษฐกิจบีซีจี การพัฒนาเครือข่ายเยาวชนระหว่างประเทศ เพื่อการป้องกันยาเสพติด พร้อมสนับสนุนบทบาทของสตรีในการจัดทำงบประมาณที่คำนึงถึงมิติเพศภาวะ

image

        ศ.พิเศษกาญจนารัตน์  ลีวิโรจน์ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนรัฐสภาไทย พร้อมด้วยนายอนุศักดิ์  คงมาลัย ส.ว. และนางสาววิไลลักษณ์  อรินทมะพงษ์ ส.ว. เข้าร่วมการประชุม AIPA Caucus ครั้งที่ 14 (14th AIPA Caucus Meeting) ระหว่างวันที่ 9-12 ก.ค.66 ณ เกาะฟูก๊วก สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามสำหรับการประชุม AIPA Caucus เป็นการประชุมในกรอบของสมัชชารัฐสภาอาเซียน (AIPA) เพื่อติดตามผลการปฏิบัติตามข้อมติของ AIPA เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดทำมาตรการทางกฎหมายของประเทศสมาชิกให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน และการยกระดับความร่วมมือระหว่าง AIPA กับอาเซียน (ASEAN) และองค์กรระหว่างประเทศอื่น ๆ อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อนำผลการประชุมและข้อเสนอต่าง ๆ เสนอต่อที่ประชุมใหญ่ของ AIPA ซึ่งในการประชุมดังกล่าวจะมีการนำเสนอรายงานประเทศ (Country Report) ของรัฐสภาสมาชิก AIPA ในประเด็นตามหัวข้อหลักของการประชุม ซึ่งหัวข้อหลักของการประชุมในครั้งนี้ คือ “การส่งเสริมนวัตกรรม การถ่ายทอด การประยุกต์ใช้และการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อการเติบโตและการพัฒนาที่ยั่งยืน” (Promoting Innovation, Transfer, Application and Development of Science and Technology for Sustainable Growth and Development) โดยในปีนี้มีประเทศสมาชิก AIPA เข้าร่วม ได้แก่ บรูไนดารุสซาลาม อินโดนีเซีย ลาว มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม ส่วนกัมพูชาเข้าร่วมในฐานะผู้สังเกตการณ์ รวมทั้ง เลขาธิการ AIPA ผู้แทนจากสำนักงานเลขาธิการอาเซียน และผู้แทนจาก FAO เข้าร่วมประชุม

        นางสาววิไลลักษณ์ ผู้แทนรัฐสภาไทย กล่าวสรุปสาระสำคัญของรายงานการปฏิบัติตามข้อมติการประชุมใหญ่สมัชชารัฐสภาอาเซียน ครั้งที่ 43 ของประเทศไทย ในการประชุมเต็มคณะ ว่า ไทยมีการขับเคลื่อนใน 4 ด้าน ประกอบด้วย 1.ด้านการเมือง ไทยส่งเสริมดุลยภาพทางยุทธศาสตร์ในสถาปัตยกรรมภูมิภาคที่มีอาเซียนเป็นศูนย์กลาง และเน้นการมีส่วนร่วมอย่างสร้างสรรค์กับหุ้นส่วนภายนอกเพื่อสร้างสันติภาพ เสถียรภาพ และความเจริญรุ่งเรือง ทั้งนี้ในประเด็นความร่วมมือทางทะเล ไทยมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในเวทีการประชุมหารืออาเซียนที่จัดขึ้นเพื่อรับมือกับอาชญากรรมทางทะเลข้ามชาติ ความมั่นคง และความยั่งยืน ไทยยังประสบความสำเร็จในการจัดตั้งเครือข่ายอาเซียนเพื่อต่อต้านการประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม (ASEAN Network for Combating Illegal, Unreported, and Unregulated Fishing: AN-IUU) และยังได้จัดทำแผนความมั่นคงทางทะเลแห่งชาติ (พ.ศ. 2566-2570) เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของชาติทางทะเล นอกจากนี้ยังสนับสนุนแผนการดำเนินงานตามฉันทามติ 5 ประการในประเด็นข้ามพรมแดนของเมียนมาร์ด้วยเช่นกัน

        นางสาววิไลลักษณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า 2.ด้านเศรษฐกิจ ไทยกำลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจไปสู่ Thailand 4.0 โดยเน้นการพัฒนาแบบองค์รวมในมิติของ BCG Economy หรือ เศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (Bio-Circular-Green Economy) ซึ่งเป็นโมเดลทางเศรษฐกิจมุ่งสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ไทยยังส่งเสริมรูปแบบธุรกิจแบบมีส่วนร่วมและการบูรณาการทางดิจิทัลเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของกลุ่มวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อย หรือ MSMEs (Micro, Small and Medium-sized Enterprises) ในภาคการท่องเที่ยว ไทยกำลังพัฒนารูปแบบการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนและการท่องเที่ยวโดยชุมชน ซึ่งรวมถึงการออกแบบเส้นทางการท่องเที่ยว การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อแสดงสถานที่ท่องเที่ยว

        นางสาววิไลลักษณ์ กล่าวด้วยว่า 3.ด้านสังคม ไทยได้เข้าร่วมโครงการพัฒนาเครือข่ายเยาวชนระหว่างประเทศ เพื่อการป้องกันยาเสพติดในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (Youth Network Drug Prevention Program: YNDPP) และการประชุมว่าด้วยการสกัดกั้นยาเสพติด ณ ท่าอากาศยานนานาชาติของอาเซียน ASEAN Airport Interdiction Task Force Meeting (AAITF) ครั้งที่ 12 ในประเด็นด้านการคุ้มครองเด็กไทยได้จัดตั้งศูนย์ประสานงานขับเคลื่อนการส่งเสริมและปกป้องคุ้มครองเด็กและเยาวชนในการใช้สื่อออนไลน์ (Child Online Protection Action Thailand: COPAT) เพื่อเป็นปกป้องคุ้มครองเด็กจากภัยออนไลน์ และได้จัดตั้งภาคีเครือข่ายเสริมสร้างอินเทอร์เน็ตปลอดภัยประเทศไทย (Thailand Safe Internet Coalition) ร่วมกับ UNICEF เพื่อต้านภัยจากการแสวงประโยชน์และล่วงละเมิดทางเพศเด็กผ่านช่องทางออนไลน์

        นางสาววิไลลักษณ์ กล่าวย้ำว่า 4.ด้านสตรี ไทยได้ดำเนินการตามนโยบายการจัดทำงบประมาณที่คำนึงถึงมิติเพศภาวะ (Gender Responsive Budgeting: GRB) ผ่านการอนุมัติคู่มือปฏิบัติและการลงนามในข้อตกลงเพื่อยกระดับความร่วมมือ มีคำแนะนำให้ขยายเวลาลาคลอด แนะนำการลาเพื่อเลี้ยงดูบุตร และสนับสนุนการขยายเวลาเปิดทำการของศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก การประกาศเจตนารมณ์ในการขจัดการเลือกปฏิบัติในที่ทำงาน มีการจัดทำแผนปฏิบัติการเพื่อป้องกันความรุนแรงต่อสตรีและแก้ไขปัญหาการข่มขืนและการล่วงละเมิดทางเพศ นอกจากนี้ไทยยังเสนอให้มีการดำเนินการเพื่อจัดหาผ้าอนามัยฟรี ให้เกียรติแก่ผู้นำสตรี และดำเนินการศึกษาเกี่ยวกับการเสริมสร้างศักยภาพสตรีและการพัฒนาทักษะอาชีพ และกำลังขยายมาตรการและแนวทางเกี่ยวกับสตรีและการส่งเสริมสันติภาพและความมั่นคง รวมถึงจัดตั้งคณะอนุกรรมการและศูนย์ประสานงานเพื่อคุ้มครองสิทธิสตรี

 

ณัฐพล  สงวนทรัพย์  ข่าว/เรียบเรียง

กลุ่มงานสมัชชารัฐสภาอาเซียน สำนักองค์การรัฐสภาระหว่างประเทศ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร  ข้อมูล/ภาพ

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ