นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีการกำหนดวันอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ซึ่งมีข้อสังเกตต้องรอถึง 60 วันหลังยื่นญัตติว่า ข้อเท็จจริงไม่ได้เป็นไปตามที่มีการกล่าวหา โดยการเจรจากำหนดกรอบเวลา 4 วันบวก 1 วันนั้น รัฐบาลมีความพร้อมตั้งแต่ช่วงวันที่ 27-29 ตุลาคมที่ผ่านมา แต่ฝ่ายค้านแจ้งว่ายังไม่พร้อม และขอเลื่อนไปเป็นช่วงเดือนพฤศจิกายนหรือธันวาคมภายในสมัยประชุมนี้ ก่อนที่ตนจะได้รับมอบหมายให้เจรจาและกำหนดวันอภิปรายระหว่างวันที่ 7-10 ธันวาคม และลงมติวันที่ 11 ธันวาคม 2569 ตามกรอบ 4 วัน บวก 1 วัน
นายโสภณ ยืนยันว่า การกล่าวหารัฐบาลยื้อเวลาและไม่ยอมให้อภิปรายไม่ไว้วางใจไม่ตรงกับข้อเท็จจริง พร้อมขอให้ทุกฝ่ายทำความเข้าใจใหม่ เพราะการพูดโดยไม่อยู่บนข้อเท็จจริงจะทำให้ประชาชนสับสน และย้ำว่าตนทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติด้วยความตรงไปตรงมา ไม่ได้เข้าข้างฝ่ายใด นอกจากนี้ นายโสภณ กล่าวถึงข้อตกลงกรอบเวลาการประชุมว่า เดิมกำหนดเริ่มเวลา 09.00 นาฬิกา และเลิกเวลาเที่ยงคืน แต่ล่าสุดมีการขยายเวลาเพิ่มเป็น 72 ชั่วโมง หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 12 ชั่วโมง ซึ่งอาจไม่เป็นไปตามข้อตกลงที่หารือกันไว้ตั้งแต่ต้น
นายโสภณ ยังกล่าวถึงบรรยากาศทางการเมืองว่า ฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติไม่ใช่คู่ขัดแย้งกัน การตรวจสอบการทำงานเป็นเรื่องปกติในระบอบประชาธิปไตย แต่หากทุกฝ่ายมองทั้งสองฝ่ายเป็นคู่ขัดแย้งกันตลอดเวลา จะทำให้การขับเคลื่อนประเทศเป็นไปได้ยาก พร้อมเรียกร้องให้เกิดความร่วมมืออย่างแท้จริง โดยต้องเป็นการตรวจสอบกันอย่างจริงจัง ไม่ใช่เวทีกล่าวโจมตีกันไปมา ซึ่งไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อฝ่ายใด
ณัฐเดช เอียดปุ่ม /ข่าว
ลักขณา เทียกทอง /เรียบเรียง
ทีมงานประธานสภาผู้แทนราษฎร
และสำนักประชาสัมพันธ์ สผ. /ข้อมูลและภาพ
