สส.ภาวุธ เรียกร้องรัฐบาลเร่งยกระดับความปลอดภัยไซเบอร์ ป้องกันข้อมูล-รหัสผ่านหน่วยงานราชการรั่วไหล

อรพรรณ ขันทองคำ

30 ต.ค. 2569 10:14 น.12 ครั้ง
แชร์LINE
สส.ภาวุธ เรียกร้องรัฐบาลเร่งยกระดับความปลอดภัยไซเบอร์ ป้องกันข้อมูล-รหัสผ่านหน่วยงานราชการรั่วไหล

30 ต.ค. 69 - สส.ภาวุธ พรรคประชาชน เรียกร้องรัฐบาลเร่งยกระดับความปลอดภัยไซเบอร์ ป้องกันข้อมูล-รหัสผ่านหน่วยงานราชการรั่วไหล พบมีเพียงร้อยละ 8.4 ที่รองรับการยืนยันตัวตนแบบหลายปัจจัย สะท้อนระบบส่วนใหญ่ยังไม่ได้ปรับปรุงตามมาตรการความปลอดภัยที่กำหนด

นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ติดตามความคืบหน้าการยกระดับมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ของหน่วยงานภาครัฐ ภายหลังเกิดเหตุข้อมูลและรหัสผ่านของหน่วยงานราชการรั่วไหล เมื่อวันที่ 11 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งรัฐบาลได้กำหนดมาตรการเร่งด่วนให้หน่วยงานเปลี่ยนรหัสผ่านและปรับปรุงระบบยืนยันตัวตนแบบหลายปัจจัย หรือ MFA ภายใน 15-30 วัน

นายภาวุธ ระบุว่าภายหลังผ่านไปกว่า 2 เดือนหลังเกิดกรณีข้อมูลรั่วไหล สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) รายงานว่า จากระบบสารสนเทศภาครัฐที่เปิดใช้งานทั้งหมด 14,828 ระบบ มีเพียง 1,246 ระบบ หรือประมาณร้อยละ 8.4 ที่รองรับการยืนยันตัวตนแบบหลายปัจจัย สะท้อนว่าระบบส่วนใหญ่ยังไม่ได้รับการปรับปรุงตามมาตรการที่กำหนด จึงเสนอให้รัฐบาลเร่งดำเนินการ 4 ประการ ได้แก่ เปิดเผยความคืบหน้าการปรับปรุงระบบของหน่วยงานภาครัฐ เร่งยกระดับความปลอดภัยของระบบที่มีความเสี่ยงสูงกว่า 2,000 ระบบ กำหนดกรอบเวลาปรับปรุงระบบที่เหลือกว่า 12,000 ระบบให้ชัดเจน และประเมินความเสี่ยงรวมถึงประสิทธิภาพของมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่นายสุทัศน์ มีศิริ กรรมาธิการการสื่อสาร โทรคมนาคม และดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สภาผู้แทนราษฎร เสนอให้หน่วยงานภาครัฐเร่งดำเนินมาตรการรักษาความปลอดภัยเบื้องต้นที่สามารถทำได้ทันที ได้แก่ เปลี่ยนรหัสผ่านเข้าสู่ระบบสารสนเทศและอีเมลของหน่วยงาน ตรวจสอบและระงับบัญชีผู้ใช้งานที่ไม่มีความจำเป็น ตรวจสอบช่องโหว่และประเมินความปลอดภัยของระบบอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงจัดเก็บบันทึกการเข้าใช้งานระบบเพื่อให้สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ ทั้งนี้ การคุ้มครองข้อมูลของทางราชการและข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกหน่วยงาน จึงควรเร่งดำเนินมาตรการป้องกันเชิงรุก เพื่อลดความเสี่ยงจากการรั่วไหลของข้อมูลและยกระดับความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ของภาครัฐให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

อรพรรณ ขันทองคำ /ข่าว

อรุณี ตันศักดิ์ดา /เรียบเรียง