วิป 3 ฝ่าย เคาะซักฟอกรัฐบาล 7-11 ธ.ค. นี้ รวม 72 ชม.

ทัดดาว ทองอิ่ม

28 ต.ค. 2569 15:56 น.12 ครั้ง
แชร์LINE
วิป 3 ฝ่าย เคาะซักฟอกรัฐบาล 7-11 ธ.ค. นี้ รวม 72 ชม.

28 ต.ค. 69 - ที่ประชุมวิป 3 ฝ่าย บรรลุข้อตกลงกรอบเวลาอภิปรายไม่ไว้วางใจ รวม 72 ชั่วโมง แบ่งฝ่ายค้าน 51 ชั่วโมง ครม. 17 ชั่วโมง วางกรอบช้าสุด 7–11 ธ.ค. นี้ แต่หวังรัฐบาลจัดวันให้เร็วขึ้น ด้าน ประธานวิปฝ่ายค้าน เตรียมหารือพรรคกล้าธรรมแบ่งเวลา

นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ประธานคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล) พร้อมด้วยนายพริษฐ์ วัชรสินธุ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคการเมืองฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร (วิปฝ่ายค้าน) ร่วมแถลงผลการประชุมร่วมกับตัวแทนคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในการกำหนดวันและกรอบเวลาการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีรวม 18 คน โดยมีนางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง เป็นประธานในที่ประชุม

นายกรวีร์ กล่าวว่า การประชุมร่วมกันในวันนี้ได้ข้อสรุปที่เป็นที่พึงพอใจของทุกฝ่าย และเชื่อว่าจะทำให้การอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นไปตามเจตนารมณ์ที่ทุกฝ่ายตั้งใจไว้ โดยประเด็นต่าง ๆ มีความเห็นตรงกันเกือบทั้งหมด เหลือเพียงการยืนยันวันอภิปรายอย่างเป็นทางการเท่านั้น

ด้านนายพริษฐ์ กล่าวว่า ที่ประชุมเห็นตรงกันว่าการจัดสรรเวลาสำหรับการอภิปรายไม่ไว้วางใจต้องเพียงพอต่อการทำหน้าที่ของทั้งสองฝ่าย โดยฝ่ายค้านต้องมีเวลาในการนำเสนอข้อกล่าวหาและพยานหลักฐาน ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลต้องมีเวลาอย่างเหมาะสมในการชี้แจงข้อกล่าวหา

สำหรับข้อสรุปของที่ประชุม กำหนดกรอบเวลาการอภิปรายไว้ที่ 4+1 วัน แบ่งเป็นการอภิปรายเต็ม 4 วัน และลงมติในวันที่ 5 ถือเป็นการพบกันครึ่งทางระหว่างฝ่ายค้านที่เคยเสนอขอเวลา 5 วัน กับฝ่ายรัฐบาลที่เคยเสนอ 3 วัน ก่อนปรับเป็น 3 วันครึ่ง โดยระยะเวลารวมทั้งสิ้น 72 ชั่วโมง แบ่งเป็นเวลาของฝ่ายค้าน 51 ชั่วโมง เวลาของ ครม. 17 ชั่วโมง และเวลาของประธานในที่ประชุม 4 ชั่วโมง

ส่วนกรอบเวลาการประชุมในแต่ละวัน กำหนดให้วันที่ 1 ถึงวันที่ 3 เริ่มอภิปรายตั้งแต่เวลา 08.00 น. ไปจนถึงเวลา 03.00 น. ของวันถัดไป ขณะที่วันที่ 4 เริ่มตั้งแต่เวลา 08.00 น. ถึงก่อน 24.00 น. ก่อนลงมติในวันที่ 5

นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า สำหรับการกำหนดวันอภิปราย ทุกฝ่ายมีความเห็นตรงกันว่าควรจัดให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ จึงมีข้อสรุปให้แจ้งกลับไปยัง ครม. ว่า กรอบเวลาช้าที่สุดจะต้องไม่เกินวันที่ 7–11 ธันวาคม นี้ ตามที่ ครม. เสนอไว้ แต่ขอให้พิจารณาจัดสรรเวลาให้เร็วกว่านี้ หากทำได้ เพราะทุกฝ่ายเห็นว่าการอภิปรายโดยเร็วจะเป็นประโยชน์ต่อการทำหน้าที่ตรวจสอบของสภาผู้แทนราษฎร

ขณะที่นายกรวีร์ ยืนยันว่า ข้อสรุปดังกล่าวเป็นความเห็นร่วมกันของทั้ง 3 ฝ่าย ทั้งเรื่องจำนวนวันและการจัดสรรเวลาของแต่ละฝ่าย โดยเชื่อว่าเวลาที่ฝ่ายค้านได้รับเพิ่มขึ้นจะเพียงพอต่อการตรวจสอบ ตั้งข้อกล่าวหา และซักถามรัฐบาลได้อย่างเต็มที่ เช่นเดียวกับเวลาของ ครม. ที่จะสามารถบริหารเวลาเพื่อตอบข้อซักถามของฝ่ายค้านได้อย่างเหมาะสม ทั้งนี้ การกำหนดวันที่ 7–11 ธันวาคม เป็นกรอบเวลาช้าที่สุด เพื่อสร้างหลักประกันว่าจะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจเกิดขึ้นอย่างแน่นอน แต่หาก ครม. สามารถจัดสรรเวลาให้เร็วกว่านี้ได้ ก็ขอให้แจ้งกลับมายังสภาผู้แทนราษฎร เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

เมื่อถามถึงการจัดสรรเวลาอภิปรายให้กับพรรคกล้าธรรม นายพริษฐ์ ชี้แจงว่า ขณะนี้กรอบเวลาถูกแบ่งออกเป็นสองส่วนหลัก คือ เวลาของฝ่ายค้านในการอภิปราย และเวลาขอ ครม. ในการชี้แจง ดังนั้น ขั้นตอนต่อไปฝ่ายค้านจะต้องหารือร่วมกับพรรคกล้าธรรมอีกครั้ง เนื่องจากพรรคกล้าธรรมได้แสดงความประสงค์ว่าต้องการใช้เวลาบางส่วนในการร่วมอภิปราย อย่างไรก็ตาม สัดส่วนเวลาที่พรรคกล้าธรรมจะได้รับยังไม่มีข้อสรุป เพราะต้องพิจารณาร่วมกับกรอบเนื้อหาการอภิปราย รวมถึงลักษณะของญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งโดยหลักแล้ว ผู้ร่วมอภิปรายจะเป็นผู้ที่ร่วมเสนอญัตติ หรือผู้ที่มีความเห็นว่าไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีที่ถูกอภิปราย จึงจำเป็นต้องหารือรายละเอียดกับพรรคกล้าธรรมอีกครั้ง

เมื่อถามถึงบรรยากาศการประชุมร่วม 3 ฝ่าย และการเจรจาหาข้อตกลง ซึ่งต้องใช้การประชุมหลายครั้งนั้น นายพริษฐ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องปกติของการเจรจาหารือเกี่ยวกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ที่อาจต้องใช้การประชุมหลายครั้งเพื่อหาข้อสรุปร่วมกัน ซึ่งในที่สุดการประชุมวันนี้ก็สามารถบรรลุข้อตกลงได้แล้ว

ด้านนายกรวีร์ กล่าวว่า บรรยากาศการประชุมเป็นไปอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัย ทุกฝ่ายยอมถอยคนละก้าวและรับฟังความคิดเห็นซึ่งกันและกัน โดยฝ่ายค้านต้องการเวลาในการทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาล ซึ่งฝ่ายรัฐบาลก็ยินดีจัดสรรเวลาให้มากพอสมควร เพื่อให้การอภิปรายดำเนินไปอย่างเต็มที่ พร้อมขอบคุณตัวแทนคณะรัฐมนตรี ตัวแทนฝ่ายค้าน และกรรมการทุกฝ่าย ที่ร่วมกันทำให้การประชุมผ่านพ้นไปด้วยดี และสามารถหาข้อยุติร่วมกันได้

ในช่วงท้าย นายพริษฐ์ กล่าวด้วยว่า หลังจากนี้ฝ่ายค้านจะมุ่งเน้นไปที่การเตรียมเนื้อหาสำหรับการอภิปรายไม่ไว้วางใจต่อไป

ทัดดาว ทองอิ่ม / ข่าว
อรุณี ตันศักดิ์ดา / เรียบเรียง