สว.พละวัต เสนอรัฐทบทวนประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม พ.ศ. 2532 ปลดล็อกห้ามตั้งโรงงานตลอดแนวแม่น้ำกก จ.เชียงราย หนุนเปิดทางอุตสาหกรรมความเสี่ยงต่ำและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

คณรัตน์ ยินดีมิตร

27 ต.ค. 2569 13:24 น.3 ครั้ง
แชร์LINE
สว.พละวัต เสนอรัฐทบทวนประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม พ.ศ. 2532 ปลดล็อกห้ามตั้งโรงงานตลอดแนวแม่น้ำกก จ.เชียงราย หนุนเปิดทางอุตสาหกรรมความเสี่ยงต่ำและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

27 ต.ค. 69 – สว.พละวัต เสนอรัฐทบทวนประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม พ.ศ. 2532 ปลดล็อกห้ามตั้งและขยายโรงงานระยะ 500 เมตร ตลอดแนวแม่น้ำกก จ.เชียงราย ชี้ บริบทเศรษฐกิจเปลี่ยนไปกระทบการลงทุนใหม่และโรงงานเดิม หนุนเปิดทางอุตสาหกรรมความเสี่ยงต่ำและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจ หวังพัฒนาเศรษฐกิจเชียงรายควบคู่ดูแลสิ่งแวดล้อมและอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืน

นายพละวัต ตันศิริ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) กล่าวถึงปัญหาข้อจำกัดการห้ามขยายและก่อสร้างโรงงานอุตสาหกรรมตลอดลำน้ำกก ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ว่า ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมดังกล่าวมีมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2532 ซึ่งลงนาม ณ วันที่ 15 มิถุนายน 2532 โดยนายบรรหาร ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมในขณะนั้น อาศัยอำนาจตามกฎหมายแห่งพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2512 กำหนดห้ามตั้งหรือขยายโรงงานทุกประเภทหรือทุกชนิด ในระยะ 500 เมตร ทั้งสองฝั่งตลอดแนวแม่น้ำกก โดยเหตุผลในอดีตเมื่อปี 2532 มีขึ้นเพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและส่งเสริมการท่องเที่ยว เนื่องจากเกรงว่าการอนุญาตให้ตั้งหรือขยายโรงงานจะก่อให้เกิดมลภาวะกระทบต่อการท่องเที่ยว แต่ในสถานการณ์ปัจจุบัน กฎหมายนี้กลายเป็นข้อจำกัดที่ส่งผลกระทบต่อสภาพเศรษฐกิจในพื้นที่ดังกล่าว เนื่องจากผู้ประกอบการเดิม ไม่สามารถขยายพื้นที่โรงงาน เพิ่มกำลังการผลิต หรือปรับปรุงพัฒนากิจการ เช่น การนำหุ่นยนต์และเทคโนโลยีมาใช้ ขณะเดียวกันนักลงทุนรายใหม่ ไม่สามารถเข้ามาตั้งโรงงานในพื้นที่ได้ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมใหม่ ๆ ที่ไม่มีในอดีต เช่น อุตสาหกรรมยาสมุนไพร หรืออุตสาหกรรมยารักษาโรค ส่งผลเสียด้านโอกาสการลงทุนในท้องถิ่น

นายพละวัต กล่าวว่าจากปัญหาดังกล่าว ตนจึงขอเสนอแนวทางทบทวนและปรับปรุงประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม พ.ศ. 2532 รวม 4 แนวทาง ได้แก่ พิจารณาจัดประเภทตามชนิดกิจการและระดับความเสี่ยง เพื่อแยกแยะให้ชัดเจนว่าอุตสาหกรรมประเภทใดสามารถดำเนินการหรือขยายโรงงานได้ พร้อมเปิดโอกาสให้โรงงานที่มีความเสี่ยงต่ำ และมีระบบควบคุมมลพิษตลอดจนการจัดการน้ำเสียที่ได้มาตรฐาน สามารถจัดตั้งและดำเนินการได้ รวมถึงการกำหนดเงื่อนไขและมาตรการกำกับดูแลอย่างเข้มงวด ทั้งการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) การตรวจสอบ และขั้นตอนการขออนุญาตที่รัดกุมเพื่อป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ตลอดจน ส่งเสริมอุตสาหกรรมสีเขียว (Green Industry) และอุตสาหกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมย้ำว่า การปรับปรุงประกาศฉบับนี้จะช่วยให้เมืองเชียงรายสามารถพัฒนาเศรษฐกิจควบคู่ไปกับการดูแลสิ่งแวดล้อมและอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน

คณรัตน์ ยินดีมิตร / ข่าว

ลักขณา เทียกทอง / เรียบเรียง