ผู้ช่วยศาสตราจารย์นิฟาริด ระเด่นอาหมัด สมาชิกวุฒิสภา(สว.) อภิปรายต่อรายงานแนวทางการพัฒนา Open Law Data เพื่อยกระดับการเข้าถึงข้อมูลกฎหมายและการประยุกต์ใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์ของไทย ซึ่งคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การพาณิชย์และการอุตสาหกรรม วุฒิสภา พิจารณาเสร็จแล้ว โดยระบุว่าแม้ประชาชนทุกคนมีหน้าที่ต้องรู้กฎหมาย แต่ภาษากฎหมายมีความซับซ้อนและยากต่อการทำความเข้าใจ จึงควรนำ AI มาช่วยอธิบายข้อกฎหมายด้วยภาษาทั่วไป ให้ตรงประเด็นและลดความจำเป็นในการตีความที่ซับซ้อน ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความรู้พื้นฐานทางกฎหมายแก่ประชาชนได้อย่างทั่วถึง นอกจากนี้ ยังเสนอให้ส่งเสริมความรู้เท่าทันปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI Literacy คือความฉลาดรู้ด้านปัญญาประดิษฐ์แก่คนไทยทุกช่วงวัย พร้อมอ้างถึงประสบการณ์จากการศึกษาดูงานที่ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งมีการเตรียมความพร้อมด้าน AI ให้แก่ประชาชน นอกจากนี้ เสนอให้บรรจุความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับ AI ในหลักสูตรการศึกษาตั้งแต่ระดับประถมศึกษา และพัฒนาต่อเนื่องถึงระดับมัธยมศึกษาและอุดมศึกษา รวมถึงส่งเสริมให้ประชาชนทั่วไปและผู้สูงวัยสามารถเรียนรู้และใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดังกล่าวได้
ผู้ช่วยศาสตราจารย์นิฟาริด ยังเสนอให้ใช้ AI วิเคราะห์กฎหมายที่ล้าสมัยหรือเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินงานของภาคส่วนต่างๆ เนื่องจากประเทศไทยมีกฎหมายจำนวนมาก แต่การยกเลิกหรือปรับปรุงกฎหมายเดิมยังทำได้ยาก ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของภาคอุตสาหกรรม การส่งออก และการจัดเก็บภาษีบางประเภท จึงเห็นว่าการนำ AI มาช่วยวิเคราะห์จะเป็นอีกแนวทางในการค้นหาปัญหาและเสนอปรับปรุงกฎหมายให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ขณะเดียวกัน ยังแสดงความห่วงใยต่อการเผยแพร่ข้อมูลเท็จหรือข่าวปลอม รวมถึงโฆษณาและเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมบนสื่อออนไลน์ อาจส่งผลกระทบต่อเยาวชนและสร้างความเสียหายต่อสังคม จึงเสนอให้พัฒนาระบบ AI เพื่อช่วยกลั่นกรองข้อมูลควบคู่กับการใช้กลไกทางกฎหมายในการกำกับดูแลและป้องกันการเผยแพร่หรือส่งต่อข้อมูลที่อาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดและความวุ่นวายในสังคม ทั้งนี้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์นิฟาริด กล่าวชื่นชมคณะทำงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมเสนอให้นำข้อคิดเห็นดังกล่าวไปพัฒนาต่อยอด ทั้งการส่งเสริมความรู้ด้าน AI ให้ประชาชนสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการทำงาน และการใช้เทคโนโลยีช่วยให้ประชาชนเข้าใจกฎหมายด้วยภาษาที่ชัดเจนและเข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้น
อรพรรณ ขันทองคำ /ข่าว
ลักขณา เทียกทอง /เรียบเรียง
