นายปริญญา วงษ์เชิดขวัญ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) อภิปรายรายงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน และสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน โดยแสดงข้อห่วงใยและตั้งคำถามถึงทิศทางการส่งเสริมพลังงานหมุนเวียนและพลังงานทดแทนในประเทศไทย โดยเฉพาะโครงการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ว่า ตามรายงานปี 2566 มีการจัดสรรงบประมาณติดตั้งโซลาร์เซลล์ให้แก่โรงพยาบาลทั่วประเทศรวม 92 แห่ง แบ่งเป็นโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข 68 แห่ง วงเงินประมาณ 204 ล้านบาท โรงพยาบาลสังกัดคณะแพทยศาสตร์ 15 แห่ง และโรงพยาบาลสังกัดสำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร จึงต้องการสอบถาม กกพ. ถึงผลการประเมินที่เป็นรูปธรรมว่าสามารถประหยัดค่าไฟฟ้าได้มากน้อยเพียงใด รวมถึงแผนการดำเนินงานต่อเนื่องในปี 2567 - 2569
นายปริญญา ยังได้สะท้อนปัญหาของสถานศึกษา โดยระบุในฐานะกรรมการธรรมาภิบาลการศึกษาขั้นพื้นฐานว่า โรงเรียนจำนวนมากไม่มีงบประมาณติดตั้งโซลาร์เซลล์ ต้องพึ่งพาโครงการของภาคเอกชนที่เข้ามาลงทุนแลกกับส่วนลดค่าไฟ หาก กกพ. นำเงินกองทุนพัฒนาไฟฟ้าเข้ามาช่วยหมุนเวียนสนับสนุนการติดตั้งให้แก่โรงเรียนขนาดใหญ่ในแต่ละจังหวัด จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของโรงเรียน และป้องกันไม่ให้โรงเรียนต้องนำภาระค่าไฟไปผลักเป็นค่าใช้จ่ายส่วนอื่นแก่ผู้ปกครอง เช่น ค่าเครื่องปรับอากาศ
สำหรับโครงการ Solar Rooftop ภาคประชาชน นายปริญญา ชี้ให้เห็นถึงอุปสรรคสำคัญจากมาตรการอุดหนุนของรัฐที่ให้เงินช่วยเหลือเพียง 50,000 บาท ต่อครัวเรือน ขณะที่ค่าติดตั้งจริงสำหรับระบบขนาด 3–5 กิโลวัตต์ สูงถึง 120,000–170,000 บาท ทำให้ประชาชนต้องแบกรับภาระส่วนต่างและต้องกู้ยืมเงินเป็นหนี้สิน ซึ่งความกังวลในการรับภาระหนี้กู้ยืมนี้อาจส่งผลให้โครงการไม่ประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย 1 ล้านหลังคาเรือน จึงเสนอให้ กกพ. พิจารณาใช้เงินกองทุนฯ เข้ามาเสริมการอุดหนุนเพื่อลดภาระของประชาชน
นายปริญญา ได้ฝากเตือนถึงผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมในระยะยาว โดยย้ำว่าแม้พลังงานแสงอาทิตย์จะเป็นพลังงานสะอาด แต่รัฐบาลและ กกพ. ต้องเร่งวางแผนรับมือปัญหาซากแผงโซลาร์เซลล์และขยะจากพลังงานหมุนเวียนที่จะเกิดขึ้นในอีก 20 ปีข้างหน้า ทั้งจากโครงการภาคครัวเรือน โซลาร์ชุมชน โซลาร์ฟาร์ม และโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ เพื่อไม่ให้ปล่อยทิ้งจนกลายเป็นวิกฤตขยะของประเทศในอนาคต
คริส พุทธชาติ /ข่าว
ลักขณา เทียกทอง /เรียบเรียง
