นายเบสท์ วงศ์ไพโรจน์กุล รองเลขาธิการและรองโฆษกพรรคไทยสร้างไทย เปิดเผยว่า ตนพบโพสต์ในกลุ่มเฟซบุ๊กที่มีข้อความเชิญชวนนักธุรกิจและนายทุนที่ต้องการสร้างเครือข่ายอำนาจ (Connection) ในรัฐสภา โดยกล่าวถึงการเข้ารับตำแหน่งที่ปรึกษาในคณะกรรมาธิการต่าง ๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ากังวลและควรได้รับการตรวจสอบอย่างจริงจัง โดยมองว่าตำแหน่งในรัฐสภาไม่ใช่สินค้าที่ใครจะนำมาเสนอขายหรือใช้เป็นเครื่องมือหาผลประโยชน์ได้ ต้องตรวจสอบว่าใครเป็นผู้นำตำแหน่งเหล่านี้มาเสนอ และมีนักการเมืองหรือผู้มีอำนาจแต่งตั้งเกี่ยวข้องหรือไม่
นายเบสท์ ระบุเพิ่มเติมว่า แม้ยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่ามีการซื้อขายตำแหน่งหรือเรียกรับผลประโยชน์เกิดขึ้นจริง แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเร่งตรวจสอบตัวผู้โพสต์ ความเชื่อมโยงกับกระบวนการแต่งตั้ง และเส้นทางผลประโยชน์หากมีพยานหลักฐานบ่งชี้ หากพบการกระทำผิดต้องดำเนินการตามกฎหมายกับผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ไม่ใช่ปล่อยให้เรื่องจบเพียงการลบโพสต์ พร้อมเสนอให้รัฐสภาทบทวนหลักเกณฑ์การแต่งตั้งเลขานุการและที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ โดยตรวจสอบคุณสมบัติ ความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ที่เกี่ยวข้อง และความเสี่ยงด้านผลประโยชน์ทับซ้อน เพื่อให้การแต่งตั้งเป็นไปอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้
นอกจากนี้ นายเบสท์ ยังระบุว่า ที่ผ่านมาสังคมถกเถียงกันเรื่องลดเงินเดือนผู้ช่วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ลดสวัสดิการรถยนต์ หรือยกเลิกอาหารฟรีในรัฐสภา แต่สิ่งเหล่านี้อาจเป็นเพียงการแก้ปัญหาปลายเหตุ หากยังไม่สามารถป้องกันการนำตำแหน่งทางการเมืองไปแสวงหาผลประโยชน์ได้ เพราะต่อให้ประหยัดงบประมาณรัฐสภาได้มากเพียงใด แต่หากยังปล่อยให้มีช่องทางนำตำแหน่งทางการเมืองไปแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ ก็ไม่สามารถแก้ปัญหาคอร์รัปชันที่ต้นตอได้ ทั้งนี้ พรรคไทยสร้างไทยเห็นความสำคัญของการสร้างระบบการเมืองที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ โดยการตรวจสอบกรณีดังกล่าวต้องดำเนินการบนพื้นฐานของข้อเท็จจริงและให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย
นายเบสท์ ระบุทิ้งท้ายว่า ตำแหน่งทางการเมืองต้องมีไว้ทำงานเพื่อประชาชน ไม่ใช่เป็นช่องทางทำมาหากินของใคร หากพบว่ามีการซื้อขายตำแหน่งจริง ต้องตรวจสอบให้ถึงต้นตอและดำเนินการตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด
คณรัตน์ ยินดีมิตร / ข่าว
ลักขณา เทียกทอง / เรียบเรียง
