สว.สรชาติ จี้ กกพ. ปรับรายงานให้เป็นปัจจุบัน หนุนดันโซลาร์ภาคประชาชน-ไฟฟ้าชุมชน

ลักขณา เทียกทอง

20 ต.ค. 2569 12:01 น.9 ครั้ง
แชร์LINE
สว.สรชาติ จี้ กกพ. ปรับรายงานให้เป็นปัจจุบัน หนุนดันโซลาร์ภาคประชาชน-ไฟฟ้าชุมชน

20 ต.ค. 69 – สว.สรชาติ จี้ กกพ.เร่งปรับการรายงานให้เป็นปัจจุบันตอบสนองนโยบายเปลี่ยนผ่านพลังงานประเทศ เสนอเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้าโซลาร์ภาคประชาชนเกิน 3 บาท จูงใจครัวเรือนติดโซลาร์เซลล์ พร้อมเสนอโมเดล PPP หนุนท้องถิ่นทำโรงไฟฟ้าชุมชนพื้นที่ห่างไกล เพื่อความมั่นคงทางพลังงานท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

นายสรชาติ วิชย สุวรรณพรหม สมาชิกวุฒิสภา (สว.) อภิปรายต่อที่ประชุมวุฒิสภาถึงรายงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน และสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) โดยกล่าวชื่นชมการจัดทำรายงานที่มีข้อมูลครอบคลุมและเป็นประโยชน์ ทว่ามีข้อสังเกตสำคัญคือข้อมูลหลายส่วนยังเป็นตัวเลขของปี 2566 ซึ่งถือว่าล้าสมัยไปแล้ว ทั้งรายชื่อคณะกรรมการบางคนที่อาจพ้นวาระ รวมถึงสถิติด้านพลังงานทดแทน ทั้งขยะ ชุมชน ชีวมวล ชีวภาพ และแสงอาทิตย์ จึงอยากให้ กกพ. พัฒนาระบบรายงานให้รวดเร็วและสอดรับกับสถานการณ์จริง เพื่อให้วุฒิสภาสามารถให้ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายได้อย่างถูกต้องและทันท่วงที

ในส่วนของนโยบายการเปลี่ยนผ่านพลังงาน (Energy Transition) นายสรชาติ ระบุว่า งบประมาณทั้งในส่วนราชการและเม็ดเงินกู้ของรัฐบาล ควรถูกนำมาใช้ส่งเสริมพลังงานแสงอาทิตย์อย่างจริงจัง โดยเฉพาะกลุ่มครัวเรือนที่มีค่าไฟฟ้าเฉลี่ย 3,000-6,000 บาทต่อเดือน ซึ่งถือว่ามีความคุ้มค่าต่อการลงทุนติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปและนำเงินที่ประหยัดได้ไปผ่อนชำระเงินกู้ แต่สำหรับครัวเรือนที่ใช้ไฟฟ้าน้อยในระดับ 500-1,000 บาท การลงทุนยังไม่คุ้มทุน ดังนั้น กกพ. จึงควรทำหน้าที่เป็นตัวกลางเจรจากับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อปรับเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้าคืนเป็น 3 บาทขึ้นไปต่อหน่วย เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ประชาชนสนใจเข้าร่วมโครงการติดตั้งโซลาร์ภาคประชาชนอย่างแพร่หลายมากขึ้น

นอกจากนี้ ยังได้เสนอแนะการพัฒนา โครงการไฟฟ้าชุมชน โดยสนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เข้ามาร่วมเป็นเจ้าของโรงไฟฟ้าร่วมกับเอกชนผ่านรูปแบบ PPP (Public-Private Partnership) เพื่อลดภาระงบประมาณภาครัฐ เนื่องจากปัจจุบันเทคโนโลยีโซลาร์เซลล์มีต้นทุนที่ถูกลงอย่างมาก ไฟฟ้าที่ผลิตได้สามารถนำมาจำหน่ายคืนให้แก่ชุมชนและภาครัฐ เพื่อช่วยเฉลี่ยและลดต้นทุนค่าครองชีพด้านพลังงานของประชาชน โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งจะช่วยสร้างเสถียรภาพและความมั่นคงทางพลังงานในระดับท้องถิ่นได้อย่างยั่งยืน

อรพรรณ ขันทองคำ /ข่าว
ลักขณา เทียกทอง /เรียบเรียง